COVID-19 ทำ Marriott รายได้หาย 90% หุ้นตก 55% ลดเงินเดือนผู้บริหาร 50%

CEO Marriott

Marriott คือเครือโรงแรมที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุดในโลกที่หนึ่ง ใครจะไปรู้ว่าวันนึงราคาหุ้นของบริษัทจะตกหนักจาก 150 ดอลลาร์ มาอยู่ที่แถว 67 ดอลลาร์อย่้างในปัจจุบัน หุ้นลบไปแล้ว 55% ในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น

ผมไปฟังคลิปที่ CEO Marriott Arne Sorenson ออกมาพูดเรื่องผลกระทบ COVID-19 ซึ่งผมถือว่าเป็นข้อมูลที่ดีมากสำหรับนักลงทุน ผมเลยแปลสรุปมาแชร์ให้เพื่อนๆอ่านกันเป็นข้อๆดังนี้ครับ (แปลแบบงูๆปลา ผิดขออภัย อธิบายเพิ่มเติมตามสิ่งที่รู้มาครับ)

1. Marriott เป็นบริษัทที่ตั้งมา 92 ปีผ่านวิกฤตมาหมดแล้ว แสดงให่เห็นว่าเป็นบริษัทที่แข็งแกร่งจริงๆ แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ารอบนี้ต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก

2. COVID-19 มีความรุนแรงมากกว่าวิกฤต 9/11 กับ Subprime รวมกัน อันนี้เป็นอีกอันที่ผมรู้สึกเกินคาดมากๆ แต่ก็ดูไม่ได้เกินเลยความจริง เพราะมันกระทบทั้งโลก กระทบผลประกอบการของธุรกิจ กระทบปากท้องของคนทำงานประจำ

3. ในวิกฤตที่ผ่านมา บริษัทต้องเจอกับรายได้ที่ตกลง 25% โดยเฉลี่ยทั่วทั้งโลก อันนี้กระทบน้อยกว่าที่ผมคิด อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้กระทบการท่องเที่ยวโดยตรง ถึงกระทบโดยตรงแบบ 9/11 ก็เป็นระยะเวลาสั้นๆ

4. ในวิกฤต COVID-19 ที่เริ่มในจีน รายได้ของ Marriott ในจีนช่วงนั้นหายไป 90% !!!! อันนี้ถือว่าหนักมากนะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าจีนใช้มาตรการยาแรงด้วย แต่ก็พอเห็นภาพว่าตอนนี้ยุโรปที่ใช้มาตรการยาแรงพอๆกัน ธุรกิจโรงแรมที่นั่นจะเป็นอย่างไร และก็พออธิบายได้ว่าทำไมหุ้น MINT ที่มีรายได้ กำไรส่วนใหญ่มาจากยุโรปถึงลงมาหนักมาก ล่าสุดลงมา 66% แล้ว

5. ตอนนี้ COVID-19 ได้แพร่กระจายไปทั่วโลกกว่า 2 เดือนแล้ว เริ่มเห็นรายได้โรงแรมของเราตกตำ่ลง 75% จากระดับปกติ แปลว่าผลกระทบเริ่มเข้ามากระทบจังๆแล้ว เป็นผลกระทบที่ไปทั่วโลก

6. รัฐบาลกำลังพยายามอย่างหนักที่จะควบคุม COVID-19 โดยการปิดพรมแดน ยกเลิกงานสังสรรค์ต่างๆ การท่องเที่ยว และสนับสนุนให้คนอยู่ห่างๆกัน (Social Distancing) อันนี้เป็นส่วนดีเพราะอาจทำให้ยอดจำนวนผู้ติดเชื้อน้อยลง

7.แต่ข้อเสียคือพอปิดพรมแดนปุ๊ป เลิกการเดินทาง ปัจจัยเหล่านี้เข้ามากดดันรายได้ของโรงแรมทันที อาจส่งผลต้องรับขาดทุนอย่างหนักถ้าโรงแรมเปิดให้บริการ และเสี่ยงที่จะทำให้ขาดทุนหนักมากจนต้องเลิกธุรกิจ อันนี้ผมเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าบริษัทที่แข็งแกร่งแบบ Marriott ถึงขั้นคิดว่าบางโรงแรมของเขาถ้ายังเปิดอยู่อาจจะต้องขาดทุนจนเจ๊งไปเลย (ภาษาชาวบ้านนะ)

8. เลยส่งผลให้แทยที่จะเสี่ยงเขาเลยเลือกให้โรงแรมหลายโรงต้องปิดบริการชั่วคราวเพื่อลดผลกระทบและค่าใช้จ่ายให้ตำ่ที่สุด แล้วอาจกลับมาเปิดใหม่เมื่อนักท่องเที่ยวกลับมา น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

9. ตอนนี้ Marriott ได้ดำเนินการใช้แผนฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว เรายกเลิกการเดินทางที่ไม่จำเป็น ลดต้นทุนที่ทำได้ให้มากที่สุด เลิกจ้างพนักงานใหม่ทั้งหมด เว้นเฉพาะบางส่วนงานที่จำเป็นจริงๆ เมื่อรายได้ไม่มา อย่างเดียวที่ทำได้คือการลดค่าใช้จ่ายอย่างหนัก

10. เรายกเลิกแผนลงทุนใหม่ๆทั้งหมด ยกเลิกงบโฆษณาและการตลาด ถ้าเครือโรงแรมเบอร์ 1 ของโลกประกาศขนาดนี้ต้องกระทบไปที่อุตสาหกรรมอื่นด้วยแน่นอน เช่นอสังหาริมทรัพย์ โฆษณา รวมไปถึงสื่อออนไลน์ต่างๆก็คงต้องโดนด้วย และพวกแพลตฟอร์มจองโรงแรมออนไลน์ก็คงต้องโดนเช่นกัน เรียกได้ว่าโดนกันหมดเป็นลูกโซ่

12. ทาง CEO จะไม่รับเงินเดือนในปี 2020 นี้ และผู้บริหารทั้งหมดจะถูกลดเงินเดือนลง 50% อันนี้ถือเป็นสปิริตที่ดีมากของผู้บริหารระดับสูง ไม่ค่อยเห็นในบางประเทศ ที่เห็นแต่ Lay-off พนักงาน แต่ผู้บริหารระดับสูงยังรับเงินเดือน โบนัสเต็มๆ

13. พนักงานทุกคนจะทำงานน้อยลงและให้พนักงานบางส่วนลาได้ 60-90 วัน (น่าจะเป็นการลาโดยไม่ได้รับเงินเดือนนะครับ พวก Leave Without Pay)

14. โรงแรมที่ดำเนินงานอยู่ จะมีการปิดร้านอาหาร และร้านค้าบางส่วน เปิดใช้งานห้องพักเท่าที่จำเป็น ปิดส่วนที่ว่าง อันนี้น่าจะเป็นกลยุทธของหลายๆโรงแรม เพราะตึกสร้างมาแล้ว ไม่ใช้ค่าใช้จ่าย ค่าเสื่อม ดอกเบี้ยที่กู้มายังคงเดินเหมือนเดิม บริษัทคงต้องวางแผนว่าทำยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด การปิดโรงแรมไปเลยอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีในบางพื้นที่

15. แต่อย่างน้อยตอนนี้ก็เริ่มมีข่าวดีบ้าง เช่น … สัญญาณการฟื้นตัวที่เร็วกว่าที่คิดของเศรษฐกิจในประเทศจีน หลังการแพร่ระบาดของ COVID-19 ด้วยการควบคุมการแพร่ระบาดอย่างจริงจัง โรงงานในประเทศจีนเริ่มกลับมาเปิดดำเนินงานเหมือนเดิมแล้ว เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาของการท่องเที่ยวอีกครั้ง (โห !!! เร็วเวอร์มาก)

16. ปีนี้ครบรอบ 8 ปีที่ผมทำงานที่ Marriott มา Arne Sorenson บอกว่าไม่เคยเจอสถานการณ์ที่ท้าทายมากเท่านี้มาก่อน ไม่มีอะไรยากไปกว่าการบอกพนักงานดีๆที่นี่ว่า ตำแหน่งของคุณถูกกระทบจาก COVID-19 (คงต้องปลดคน?) 

17. ปิดท้ายด้วยการปลุกใจพนักงานเล็กๆ “ผมไม่รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะยาวนานเท่าไหร่ แต่ผมรู้ว่าเราจะรอดจากวิกฤตครั้งนี้ไปแน่นอน และนักท่องเที่ยวจะกลับมาเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันนั้นมาถึงเราจะต้อนรับพวกเขาอีกครั้งด้วยความอบอุ่นแบบ Marriott …. “

…. ในโลกเราความแน่นอนคือความไม่แน่นอนจริงๆครับ

ใครจะไปรู้ว่าเครือโรงแรมที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Marriott ธุรกิจตั้งมา 92 ปี ผ่านวิกฤตมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน จะลดเงินเดือนผู้บริหาร ปลดพนักงาน ธุรกิจรายได้หายไป 90% บางโรงแรมจะต้องเสี่ยงขาดทุนจนถึงขั้นเจ๊งต้องออกจากธุรกิจ

ในฐานะนักลงทุนที่ยังมีหุ้นอยู่คนนึง ก็อยากจะขอให้ช่วงเวลาอันเลวร้ายนี้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทนๆกันหน่อยนะครับทุกคน ผมพยายามจะสรุปข้อมูลมาบอกกันให้มากกว่าที่เคยทำมา อย่างน้อยรู้ข้อมูลไว้จะได้ตัดสินใจถูก ดีกว่าไม่รู้อะไรเลยครับ

ผมเชื่อว่าในเวลาแบบนี้ไม่มีอะไรดีไปกว่าการรู้ว่า ยังมีคนที่เดินอยู่ในเส้นทางเดียวกันกับเรา และกำลังเดินไปด้วยกัน ขอให้ทุกคนโชคดีครับ 🙂

จากสถิติล่าสุด เศรษฐกิจสหรัฐฯดูไม่สู้ดีนัก อาทิตย์นี้คนอเมริกาจะตกงาน 2 ล้านคน เป็นเพราะเหตุผลอะไร คลิกเข้าไปดูได้เลยครับ