ตลาดหุ้นฟื้นตัว เลือกหุ้นแบบไหนดี? สรุปวิธีที่มือใหม่ก็ทำได้

ตลาดหุ้นฟื้นตัว

ตลาดหุ้นฟื้นตัวรอบนี้ เป็นโอกาสครั้งสำคัญในการตัดสินใจลงทุน
แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจะใช้หลักการอะไรดีในการเลือกหุ้นในตลาดหุ้นฟื้นตัว
วันนี้ผมอยากขอแชร์ไอเดียในการสกรีนหุ้นที่แม้แต่มือใหม่ก็สามารถทำได้
รวมถึงการแนะนำเครื่องมือดีๆจากตลาดหลักทรัพย์ที่จะช่วยให้การกลับตัวของตลาดหุ้นครั้งนี้ เป็นช่วงเวลาที่ดีมีกำไรสำหรับเพื่อนๆทุกคนครับ

3-4 เดือนที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยต้องเจอกับแรงกดดันแบบหนักมากๆในรอบ 15 ปีเลยทีเดียว
จากวิกฤต COVID-19 ที่กระทบ (เกือบทุกอุตสาหกรรม ลามเป็นเหตุให้รัฐบาลต้องสั่งปิดเมือง ยกเลิกการท่องเที่ยว
ผลที่ตามมาคือศูนย์การค้าต้องปิด โรงแรมให้พนักงานออก ร้านอาหารต้องปรับตัวอย่างหนัก
กระทบไปถึงบริษัทใหญ่ในตลาดหุ้น บางบริษัทต้องเพิ่มทุนเพื่อเอาตัวรอดจากวิกฤตครั้งนี้

ตัดภาพมาที่ปัจจุบัน …

SET วิ่งจากจุดต่ำสุดที่ 970 มา 1,435 จุด ถือเป็นการขึ้นรวดเดียว 465 จุด ทั้งๆที่สถานการณ์ยังดูไม่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก
แต่เราก็ต้องอย่าลืมด้วยว่าตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่วิ่งอยู่บนความคาดหวังด้วย ไม่ได้วิ่งอยู่บนผลประกอบการ กำไร ขาดทุนของหุ้นในตลาดเสมอไป

ลองคิดดูให้ดีว่าคนซื้อหุ้นเพราะคาดหวังว่าหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่ดีกับเราในอนาคตใช่หรือไม่?

ดังนั้นการที่ราคาหุ้นจะวิ่งตามความคาดหวังของคนจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และนี่อาจจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นนั้นวิ่งนำหน้าความเป็นจริงและฝืนความรู้สึกของเราอยู่เสมอๆ

แต่จะใช้แต่ความคาดหวังตามความรู้สึกอย่างเดียวก็คงไม่ดีนัก ยังไงก็คงต้องให้น้ำหนักกับข้อมูลที่เป็นความจริงด้วยควบคู่กันไป เพราะการลงทุนเป็นเรื่องของเหตุผลด้วย

ถ้าใช้แต่ความคาดหวังโดยไม่มีข้อมูล มันจะกลายเป็นการมโนที่ขาดความสมดุล
ตอนนี้ตลาดหุ้นกลับตัวแล้ว ใครที่กำลังรอหุ้นปรับฐาน หรือคิดจะตามน้ำ ควรกำหนดหลักการของการลงทุนให้ดี

และสรุปวิธีการเลือกหุ้น 5 ข้อนี้คือสิ่งที่ผมคิดว่านักลงทุนควรทำก่อนการตัดสินใจลงทุนในช่วงตลาดหุ้น “กลับตัว” ครับ

1.วิเคราะห์ผลกระทบจากวิกฤต

แม้วิกฤต COVID-19 ครั้งนี้จะบอกได้เลยว่าไม่มีหุ้นตัวไหนรอดจากผลกระทบ แต่สิ่งที่หุ้นหลายๆตัวแตกต่างกันคือ “หนักหน่วง” ของผลกระทบ เช่น

หุ้นโรงไฟฟ้าน่าจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 น้อยกว่าหุ้นโรงแรม
หุ้นอสังหาที่มีสัดส่วนการขายคอนโดมากๆจะได้รับผลกระทบมากกว่าหุ้นอสังหาเน้นขายบ้าน
หุ้นขนาดเล็กที่ทำธุรกิจส่งออกย่อมได้รับผลกระทบมากกว่าหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสายป่านที่มากกว่า

ให้เราเลือกหุ้นที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 น้อยกว่าเสมอ เพราะโอกาสที่หุ้นเหล่านี้จะประกาศงบการเงินออกมาดีกว่าที่คาด และทำให้ราคากลับมาวิ่งขึ้นแรง ย่อมมีมากกว่าหุ้นที่โดนผลกระทบมากๆครับ

2.สถานะการเงิน ต้องผ่านวิกฤตได้

ในสถานะปกติคนมักจะดูหุ้นที่การเติบโตเป็นหลัก แต่ในวิกฤตครั้งนี้สายป่าน และบริษัทที่มีเงินสำรองเยอะๆจะได้เปรียบมาก ไม่ใช่แค่เอาตัวรอดจากวิกฤต COVID-19 ได้อย่างเดียว แต่พอวิกฤตผ่านไปก็สามารถเอาเงินเหล่านั้นออกมาลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตได้ ต่างจากบริษัทที่สายป่านสั้น เงินสำรองน้อยที่อาจจะต้องใช้เวลาสะสมกำลังเงินเป็นหลายปี กว่าจะกลับมาโตเหมือนเดิมได้

ตรงนี้ดูแบบง่ายๆผ่าน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) หรือ อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) เป็นหลักได้เลยครับ

3.บทวิเคราะห์แหล่งข้อมูลที่สำคัญที่สุด

หุ้นในตลาด SET ตอนนี้มีมากกว่า 700 ตัวแล้ว การจะไปตามข้อมูลเองทุกตัวนั้นยาก ผมใช้วิธีไล่อ่านบทวิเคราะห์เยอะๆแทน จะช่วยให้เราหาหุ้นได้เร็วมากขึ้น นอกจากนั้นยังทำให้เราไม่ซื้อหุ้นจาก “จินตนาการ” เพียงอย่างเดียว เพราะในบทวิเคราะห์มักจะมีตัวเลขในเชิงธุรกิจต่างๆ ทำให้เราสามารถนำมาประมวลผลร่วมกับข้อมูลเชิงคุณภาพ เช่นพวกภาพรวมการเติบโตจากผู้บริหารได้เป็นอย่างดี

ข้อมูลที่ผมบอกในข้อ 1-2 ในบทวิเคราะห์ส่วนใหญ่จะมีสรุปบอกให้อยู่แล้ว ช่วยมือใหม่ๆที่เพิ่งเข้าตลาดได้เยอะ ใครยังไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหนเข้าลิงค์นี้ได้เลยครับ https://setga.page.link/ZJX1TsqCHcZLuMg39

Extended Coverage Research (ERC) เป็นโครงการสนับสนุนการจัดทำบทวิเคราห์ให้มีมากขึ้น และหลากหลายมากกว่าเดิม เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลช่วยนักลงทุนในการหาข้อมูลของหลักทรัพย์ มีทั้งการเข้าสัมภาษณ์ผู้บริหาร วิเคราะห์แนวโน้มธุรกิจ ประมาณการทางงบการเงินอย่างน้อย 2 ปี วิธีประเมินมูลค่าหุ้น และความเสี่ยงแบบครบทุกมุมมอง ดังนั้นในเรื่องของความถูกต้องและความละเอียดของข้อมูลจัดได้ว่าอยู่ในระดับ AAA ครับ

ปัจจุบันนี้ถือว่าบทวิเคราะห์ที่มีในปัจจุบันนั้นไม่เพียงพอ แต่ละบล. Cover หุ้นกันเพียง 70-80 ตัวทั้งๆที่ตลาดมี 700 กว่าตัว ทำให้นักลงทุนที่ลงทุนมีข้อมูลในการลงทุนไม่เพียงพอ ตกเป็นเหยื่อของการลงทุนโดยไม่รู้ตัว โครงการจัดทำบทวิเคราะห์ครั้งนี้ถือว่าเป็นการร่วมมือที่สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯและกลต. ที่จะทำให้นักลงทุนไทยสามารถลงทุนได้หลากหลายมากขึ้น และเป็นการลงทุนที่มีคุณภาพ เข้าใจทั้งโอกาสและความเสี่ยงแบบชัดๆ

ตัวอย่างเว็บไซต์ของโครงการ SET ERC

4.เบาะรองรับที่เรียกว่า “ปันผล”

พอเลือกหุ้นที่เข้าเกณฑ์ได้แล้วต่อมาคือการปิดความเสี่ยงให้กับการลงทุนของเรา
สิ่งที่ผมใช้บ่อยๆคือการมองไปที่ปันผลในอดีตว่ามีความสม่ำเสมอมากน้อยแค่ไหน หุ้นที่ปันผลต่อเนื่องจะทำให้เราพลาดน้อยลง เพราะถ้าหุ้นที่เราเลือกปันผลสูงต่อเนื่อง นั่นหมายความว่าธุรกิจของหุ้นตัวนั้นแข็งแกร่งมากๆนั่นเองครับ

และถ้าเราทำข้อ 1-2-3-4 มาดีแล้วสิ่งที่เราจะได้คือ หุ้นที่ไม่ถูกกระทบโดย COVID-19, มีเงินสำรองเยอะ หนี้น้อย, สามารถกลับมาเติบโตได้เร็ว, ธุรกิจแข็งแกร่งปันผลได้ต่อเนื่อง แค่นี้ก็แทบจะทำให้การลงทุนระยะยาวในหุ้นประสบความสำเร็จไปแล้ว 80% ครับ

5.ประเมินอนาคต หาแสงสว่างในความมืดมิด

ที่ผมบอกว่า 80% แล้วที่เหลืออีก 20% คืออะไร?
ก็ขอบอกว่าอีก 20% ต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของโชคชะตาฟ้าลิขิตแล้วครับ ว่าเศรษฐกิจจะฟื้นเร็ว ฟื้นช้า ผลกระทบมากหรือน้อยกว่าที่คิด วัคซีน COVID-19 มาเร็วหรือช้ากว่าคาด ซึ่งก็จะส่งผลกระทบกับกำไรของเราในอนาคต
อันนี้ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องบริหารจัดการได้ ด้วยการทำข้อ 1-4 ให้ดีที่สุดนั่นเอง

เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง เรา “ลบ” ความเสี่ยงไม่ได้ แต่เรา “ลด” ความเสี่ยงได้ด้วยการศึกษาหาความรู้และการเตรียมตัวที่ดี

ใครยังไม่รู้จะเริ่มยังไงผมแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการ “ศึกษา” ที่โครงการ ERC ของตลาดหลักทรัพย์ฯ นี้ก่อนได้เลยครับ https://setga.page.link/ZJX1TsqCHcZLuMg39

ปี 2020 นี้เริ่มต้นปีที่เหตุการณ์ร้ายๆ แต่อาจจะกลับกลายเป็นดีได้ถ้าเราตั้งใจศึกษาและวิเคราะห์การลงทุนอย่างจริงจังครับ

วิกฤต COVID-19 นี้เป็นบทเรียนที่ดีที่บอกเราได้ว่าโอกาสประสบความสำเร็จมีอยู่ตลอดเวลา อยู่ที่เราจะลงมือทำเพื่อคว้าโอกาสนั้นไว้หรือเปล่าจริงๆ

ส่วนขาขึ้นครั้งใหม่ของหุ้นไทยจะหน้าตาแบบไหน สัญญาณบ่งบอกคืออะไร ผมมีเขียนสรุปไว้คร่าวๆ ในบทความ ขาขึ้นตลาดหุ้นครั้งใหม่ดูยังไง? อย่าลืมศึกษากันไว้ครับ จะได้ไม่พลาดขาขึ้นกันเนอะ !

อย่าลืมกด Like Page Facebook ให้กำลังใจทีมงาน Buffettcode ด้วยนะครับ