สรุปหุ้น SHR เอาไงดีกับสถานการณ์ตลาดขาลง

สรุปหุ้น SHR

ช่วงนี้หุ้นท่องเที่ยวโดนกันเยอะ ผมเลยมองหาหุ้นที่น่าสนใจดูซักตัวสองตัว มาสะดุดกับหุ้น IPO ตัวใหม่นี้ เห็นว่าลงมาเยอะพอสมควร หุ้นตัวนี้โดนปัญหาอะไร และนักลงทุนควรต้องคาดหวังประมาณไหน? ผมรวบรวมข้อมูลมาให้แล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่สนใจอยู่ครับ

หุ้น SHR เป็นหุ้น IPO สายท่องเที่ยวและโรงแรมตัวหนึ่งในปีนี้ ที่ให้ผลตอบแทนน่าผิดหวังในปีนี้

SHR เข้า IPO ในราคา 5.20 บาทเป็นมูลค่า Market cap ราวๆ 18,600 ลบ. ปัจจุบันราคาหุ้นของ SHR อยู่ที่ 2.14 บาท ลดลงมา 58% หรือลงมามากกว่าครึ่ง

ตอนนี้อยู่ที่ Market cap แถวๆ 7,900 ลบ. ณ.ราคานี้ทำให้ SHR เป็นหุ้นที่น่าสนใจมากขึ้นหรือไม่? ใครสนใจก็ลองมาดูข้อมูลกันครับ

SHR ทำธุรกิจถือหุ้นธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งก็คือการซื้อธุรกิจโรงแรมต่างๆเข้ามาในพอร์ตนั่นแหละ โดยปัจจุบัน SHR มีโรงแรมอยู่หลายที่ทั้งภูเก็ต สมุย เกาะฟิจิ มัลดีฟ และประเทศอังกฤษ

รวมจำนวนห้องประมาณ 4,647 ห้อง ภายใต้การบริหาร 7 แบรนด์ ใน 5 ประเทศ

โรงแรมของทางบริษัทมักจะอยู่ในโซนกลางๆค่อนไปทางสูง มีสัดส่วนของสินทรัพย์ที่เป็นระดับ

Upper-Midscale 67%
Upscale 4%
Upper Upscale 27%
Luxury 2%

SHR เป็นผู้ลงทุนสร้างโรงแรม และจ้าง Brand ดังๆเข้ามาบริหารให้ซะเป็นส่วนใหญ่ (ลักษณะธุรกิจคล้ายๆ ERW) มีบริหารเองบ้าง 3-4 โรงแรม แต่โรงแรมที่บริหารเองก็จะมีการเอาไปเข้ากลุ่มโรงแรมใหญ่เพื่อให้เป็นที่รู้จัก และมีช่องทางการขายมากขึ้นเช่น Saii Lagoon Maldives อันนี้ไปกับ Hilton ส่วนอีกโรงแรมใน Maldives ใช้ของ Hardrock

ภาพรวมของโรงแรมของ SHR คือทรงๆค่อนไปทางลง จากเศรษฐกิจโลกที่ไม่ค่อยจะดี ผนวกกับปี 2019 ประเทศไทยสะดุดขาตัวเองทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวไม่โตเท่าที่ควร การแข่งขันที่สูงขึ้น รายได้ไม่ค่อยดี เลยทำให้ SHR ต้องเข้าไปปรับปรุงโรงแรมที่ซื้อเข้ามาเพื่อเพิ่มผลตอบแทนอันนี้ต้องใช้เวลา

ความน่าสนใจของ SHR หลักๆน่าจะอยู่ตรงที่ SHR ไปได้สัญญาทำรีสอร์ทในโครงการเกาะใหม่ของมัลดีฟมา เป็นโครงการชื่อ CrossRoad โครงการนี้มีข้อดีคือเป็นเกาะที่อยู่ใกล้กับสนามบินหลักในมัลดีฟ เดินทางด้วย Speed boat ได้ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ไม่ไกลเหมือนเกาะอื่นๆ

ที่มักจะต้องเดินทางด้วยการใช้ Sea plane (เครื่องบินเล็ก) ที่มีค่าใช้จ่ายสูง นอกจากนั้นบนเกาะ CrossRoad ยังมีร้านขายของ ร้านอาหาร ซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโครงการ โดยสัญญาทั้งหมดมี 3 เกาะ ตอนนี้เปิดไปแล้ว 2 เกาะ 2 โรงแรมคือ Saii Lagoon กับ Hardrock Hotel

Story ของ SHR อีกอย่างคือการที่รัฐบาล Maldives กำลังปรับกลยุทธ์การท่องเที่ยวของตนเอง ให้คนทั่วๆไปเข้าถึงได้มากขึ้น เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมามัลดีฟครั้งเดียวแล้วก็ไม่มาอีกเลย ก็เลยเป็นที่มาของการร่วมมือกับเอกชนทำโรงแรมและที่เที่ยวที่ราคาย่อมเยามากขึ้น นักท่องที่ยวจะได้กลับไปมัลดีฟบ่อยๆ อารมณ์เหมือนประเทศไทยที่คนมาพักผ่อนบ่อยๆเพราะมาง่าย ค่าใช้จ่ายไม่แพงไรงี้

นอกจากปัญหาเรื่องราคาแล้วก็มีปัญหาเรื่องสนามบินที่มันเล็กเกินไปจนรองรับเที่ยวบินได้ไม่มากก็เลยมีการเพิ่ม Runway 2 เพื่อให้รับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น และกำลังจะเปิดให้บริการในปี 2020 นี้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงตรงนี้จะทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวของมัลดีฟเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่นอน

ผมคิดว่าประเด็นนี้แหละคือประเด็นที่นักลงทุนคาดหวัง เพราะถ้า 2 โรงแรมนี้ไปได้ดีตามเป้า ปีๆนึงน่าจะทำรายได้ให้ SHR อย่างน้อยราวๆ 2,000-2,400 ลบ. ต่อปี จากรายได้ทั้งหมดแถวๆปีละ 3,800 ลบ. ก็จะโตได้ประมาณ 63% ใน 2-3 ปี (ไม่รวมการ Takeover โรงแรมเพิ่ม)

โรงแรมทั้ง 2 บนมัลดีฟต่างก็ทำผลงานได้ค่อนข้างดี จากงบการเงินไตรมาส 4 ทั้ง 2 ที่ทำ Occupancy rate ได้ประมาณ 30% และในเดือนมกราคมจากการคุยกับ IR ทำได้สูงถึง 60-80%  โดยมีการขายผ่าน OTA ยังไม่มีขายผ่าน Travel Agency ถือว่าทำได้ไม่เลวเลย ถ้าวัดกันด้วยตรงนี้ถือว่า “สอบผ่าน” น่าจะเป็น 2 โรงแรมที่คาดหวังกำไรใน 2-3 ปีได้

แต่ตอนนี้มี COVID-19? นั่นแหละประเด็น ! การแพร่ระบาดของโคโรน่าจะทำให้อัตราการเข้าพักและจองโรงแรมของทั้งมัลดีฟ ซึ่งอาจจะโดนน้อยหน่อย และรร.ไทยซึ่งน่าจะโดนมากหน่อย กระทบงบการเงินไตรมาส 1-2 ได้ น่าจะทำให้กำไรของบริษัทตำ่กว่าที่นักวิเคราะห์เคยคาดการณ์ไว้พอสมควร จึงน่าจะเป็นสาเหตุหลักตัวนึงที่ทำให้หุ้นตกลงมาแรง อย่างไรก็ตามนี่เป็นการประมาณการพอบอกได้คร่าวๆ ถ้าจะเอาของจริงต้องดูในงบไตรมาส 4

ความจริงที่ออกมาในงบไตรมาส 4 คือ งบออกมารายได้ ดูดี เพราะมีรายได้จาก CrossRoad มัลดีฟที่เพิ่งเปิดใหม่มาช่วยไว้ประมาณ 295 ลบ. หักตรงนี้ออกจะเหลือ 883 ลบ. แปลว่าตัวธุรกิจโรงแรมเดิมรายได้ลดลงพอสมควร เพราะอัตราเข้าพักที่ลดลง และค่าห้องโดยเฉลี่ยก็ลดลงเช่นกัน

ทางบริษัทบอกว่าเป็นเพราะสภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจและการแข่งขันที่สูงขึ้น นอกจากนั้นไตรมาสนี้ยังเป็นไตรมาสที่ขาดทุนสูงที่สุดในรอบ 6-7 ไตรมาสที่ผ่านมาเลยทีเดียว แต่ที่ขาดทุนเยอะจริงๆเพราะมีรายการพิเศษด้านภาษีปูดขึ้นมาประมาณ 80 ลบ.

นี่อาจเป็นจุดตำ่สุดของ SHR? ถ้าถามว่าเป็นจุดตำ่สุดแล้วมั้ย มีโอกาสเป็นไปได้สูง เพราะในปี 2020 SHR จะมีทั้งผลบวกจากการชำระหนี้คืนประมาณ​ 5,300 ลบ. ทำให้ไม่ต้องจ่ายภาษีประมาณ​ 200 ลบ. ถือเป็นรายการที่ตรงเข้ากำไรทันที

นอกจากนั้นในไตรมาส 1 ปีนี้ SHR ยังมีขายหุ้น 50% ของโครงการเกาะที่ 3 ให้กับหุ้นส่วนซึ่งจะทำให้มีกำไรพิเศษอีกประมาณ 30-40 ลบ.ในไตรมาส 1 ปีนี้ บวกกับปี 2019 บริษัทมีรายจ่ายพิเศษจากการเปิดตัวรีสอร์ทในมัลดีฟประมาณ​ 300 ลบ. ดังนั้นถ้ารวมๆทั้งหมดจะทำให้งบในปี 2020 นี้มีปัจจัยบวกรออยู่สมควรในสภาวะปกติ

ก็ต้องไปลุ้นกันต่อว่าผลกระทบของ COVID-19 จะกระทบมากเท่าไหร่ แต่สรุปโดยรวมคิดว่าการกลับไปขาดทุนหนักแบบในปี 2019 น่าจะมีโอกาสน้อยมาก ทำให้ปี 2020 น่าจะเป็นการกลับตัวของผลประกอบการของ SHR และปี 2021 น่าจะเป็นปีที่เติบโตได้ดี

SHR ยังมีไพ่ลับอยู่อีกใบ อย่างที่เรารู้กัน SHR เติบโตด้วยการซื้อโรงแรมเข้ามาในพอร์ต ดังนั้นหลังจากที่บริษัทจ่ายหนี้ 5,300 ล้านคืนไป ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนของ SHR กลับลงไปเหลือเพียง 0.65 เท่า สามารถกู้เงินเพิ่มมาซื้อโรงแรมเข้าพอร์ตได้อีก ซึ่งตาม Plan เดิมก็มีแผนจะซื้อโรงแรมเพิ่มในปี 2020 อยู่แล้ว

ในมุมของราคา ถ้ามอง SHR ด้วยกำไรตอนนี้จะดูแพงมาก เพราะยังขาดทุนอยู่ ถ้ามองด้วยงบปี 2020 ก็จะดีขึ้นมา มองด้วยงบปี 2021 ก็จะยิ่งดีขึ้นไปอีก (Assume ว่า COVID-19 จบได้ในแถวๆ 3Q ปีนี้นะ)

ถ้ามองในมุมของสินทรัพย์ หลายๆคนก็บอกว่าราคาตอนนี้ถูกมากเพราะขายเพียง  0.4 เท่าของ Book Value เท่านั้น ซื้อตอนนี้เหมือนซื้อโรงแรมทั้งหมดด้วยราคาครึ่งนึง อย่างไรก็ตามก็คงต้องให้นำ้หนักด้วยว่าโรงแรมเหล่านั้นเติบโตหรือไม่ ทำกำไรหรือไม่ ที่ผมเห็นชัดๆว่าเติบโตแน่ในตอนนี้ มีแค่มัลดีฟที่เดียว ส่วนที่เหลือคงต้องไปลุ้นเอาปีหน้า

ปีนี้เพราะมี COVID-19 เลยบอกได้ไม่เต็มปากเท่าไหร่ว่า ”น่าจะดีกว่าปีที่แล้ว” หรือเปล่า แต่พอบอกได้คร่าวๆว่าไม่น่าจะหนักเท่าปี 2019 การซื้อหุ้นตอนนี้ชเร็วเกินไปหรือไม่ ไม่มีใครรู้ ตลาดหุ้นเป็นเรื่องของจิตวิทยาไม่มีใครรู้ว่าจะลงไปแค่ไหน กว่าคำตอบจะเฉลยคงต้องรอปีหน้า เมื่อสถานการณ์กลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าจะไปซื้อเอาตอนนั้นก็น่าจะแน่นอนว่ามันก็อาจจะช้าไปแล้ว

แล้วสถานการณ์แบบนี้ ดร.นิเวศน์ มีมุมมองอย่างไรกับ COVID-19 อ่านได้ที่บทความ สรุปวิธีคิดดร.นิเวศน์ ลงทุนในวิกฤต COVID-19 ได้เลยครับ