ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตอะไรบ้าง?

วิกฤตประเทศไทย

ช่วงนี้ถือเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศไทยและเศรษฐกิจไทยจริงๆ ข่าวแต่ละวันที่ได้มาเหมือนเป็นปัญหาที่ไม่มีวันจบ เอาจนคนอ่านอย่างผมมึนงงไปหมด แต่ก็ยังอยากรู้ว่าตอนนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาอะไรกันแน่ แล้วมันแก้ได้ไหม?

ผมเลยใช้เวลาเสาร์-อาทิตย์ในการนั่งอ่าน, รวบรวมข่าวและข้อมูลทั้งหมดที่หาได้ เอามาสรุปเป็นข้อๆ เอาไว้ใช้ในการตัดสินใจลงทุนในอนาคต ขอเอามาแชร์ไว้ณ.ที่นี้ครับ ยาวหน่อยนะครับเพราะความเสี่ยงมันดูเยอะจริงๆ พอลองรวบรวมมาได้แล้วก็รู้สึกแอบสงสารรัฐบาลอยู่นิดๆ นึกในใจ “จะแก้ยังไงหมดวะเนี่ย?”

ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมเสริมได้ครับ

หนี้กำลังพุ่งสูง ดอกเบี้ยลดแต่ธนาคารไม่ปล่อยกู้

ปัญหาหนี้คือปัญหาสุด Classic ของประเทศทุกประเทศ ปัจจุบันคนไทยเป็นหนี้โดยเฉลี่ย 340,053 บาทต่อครัวเรือน หนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้ผ่อนบ้าน,ผ่อนรถ,หนี้บัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล หนี้ก้อนนี้คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP สูงถึง 78.7% โดยปกติแล้วถ้าหนี้สูงขึ้น GDP ควรจะต้องเติบโต แต่นี่ GDP โตน้อยกว่าในอดีตมากสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง

ไตรมาส 3 ปีที่แล้วตัวเลข NPL พุ่งขึ้นเป็น 3% จาก 2.9% ในไตรมาส 2 จากปัญหาหนี้ของธุรกิจ SME ที่ได้รับผลกระทบธุรกิจ เริ่มจ่ายหนี้ไม่ไหวมากขึ้นเรื่อยๆ ธนาคารเห็นสัญญาณไม่ดีก็ชลอการให้กู้ยืม ในสินเชื่อทุกประเภท แม้รัฐบาลจะลดดอกเบี้ยลงมา แต่ธนาคารไม่ปล่อยกู้ ทำให้สภาวะการเงินตอนนี้ตึงมากๆ เงินตึงส่งผลให้การลงทุนก็ไม่มี คนฝากเงินก็ไม่กล้าใช้เงิน

นโยบายรัฐบาลช้า ไม่แรงพอ

โดยปกติแล้วถ้าสภาวะเศรษฐกิจเริ่มแย่ รัฐบาลจะเริ่มออกนโยบายมากระตุ้น แต่พรบ.งบประมาณรายจ่ายรัฐบาลปี 2563 วงเงิน 3.2 ลล.บาท ไม่ถูกอนุมัติออกมา  เจอปัญหาสส.เสียบบัตรโหวตแทนกัน ทำให้ต้องส่งไปที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้ลงมติใหม่ ตอนนี้เลยยังคลุมเครือว่าจะเอายังไง แต่ที่ชัดเจนคือถ้างบอนุมัติไม่ทัน แผนการลงทุนที่วางไว้ก็ต้องพับไป กระทบกับ GDP ประเทศแน่นอน

ส่วนนโยบายที่ผ่านๆมา ส่งผลให้การเติบโตของ GDP ไตรมาส 3 สูงขึ้นเป็น 2.4% จากไตรมาส 2 ที่โต 2.3% ขึ้นมาเล็กน้อย แต่ตำ่กว่าที่หลายๆฝ่ายประเมินไว้ ต้องลุ้นไตรมาส 4 ว่าตัวเลขเป็นอย่างไร? ถามว่านโยบายได้ผลไหม ก็คงได้ผลบ้าง แต่จุดไม่ติด ต้องรอลุ้นงบประมาณปี 2563 ซึ่งก็ติดปัญหาตามที่เขียนไปแล้ว ตอนนี้สิ่งที่พอมีหวังพึ่งได้คือการท่องเที่ยว และการส่งออกแต่ …

เงินบาทแข็งค่า ส่งผลกระทบเชิงลบกับส่งออก

ปี 2562 ที่ผ่านมาเงินบาทไทย “แข็ง” เป็นอันดับหนึ่งของเอเซีย เพราะสาเหตุอย่างเช่น รัฐบาลกลางทั่วโลกพากันลดดอกเบี้ย ทำให้ดอกเบี้ยไทยสูงกว่าดอกเบี้ยโลกเงินก็พากันไหลเข้ามาในไทย ซึ่งเงินบาทแข็งเนี่ยส่งผลไม่ดีกับการท่องเที่ยว และการส่งออกโดยตรง คนจะมาเที่ยวไทยพอเงินแข็งก็อยากมาน้อยลงเพราะแลกเงินแพง ส่วนส่งออกต่างชาติเขาก็จะซื้อของเราแพงขึ้น ถ้าสินค้าเหมือนกันซื้อประเทศอื่นที่เงินไม่แข็งน่าจะดีกว่า ถ้าสินค้าคล้ายๆกัน

ธปท.ได้ทำการผ่อนคลายกฏระเบียบทางการเงินเพื่อเอื้อให้เงินทุนไหลออก ช่วยทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงบ้าง แต่แล้วล่าสุดเดือนที่ผ่านมาเงินบาทกลับมาอ่อนค่าเร็ว แต่ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่เราอยากให้เป็น …

ไวรัสโคโรน่า หมัดน๊อกการท่องเที่ยวไทย

จากต้นปีที่ข่าวไวรัสโคโรน่าระบาดเข้าหูนักลงทุน หุ้นท่องเที่ยวไทยรับผลกระทบอย่างหนัก MINT -7% ERW -15% CENTEL -8.9% หุ้นสนามบิน AOT -3.4% สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนต่อการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เรียกได้ว่าเป็น “พระเอกตลอดกาล” ของไทยอย่างการท่องเที่ยว เชื่อได้ว่านักท่องเที่ยวไทยที่เคยมาเที่ยวจีนกว่า 900,000 คนต่อเดือน ครึ่งหนึ่งเป็นทัวร์จีน ซึ่งรัฐบาลสั่งห้ามทัวร์เป็นเวลา 3 เดือน รายได้จากการท่องเที่ยวหายไปประมาณ 50,000 ลบ. นี่เฉพาะการท่องเที่ยว ยังไม่รวมสินค้าที่จีนซื้อจากไทย ซึ่งคาดว่าน่าจะกระทบหนักเหมือนกัน

วิกฤตความเชื่อมั่นของภาคเอกชน

จากที่อ่านมาทั้งหมดเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้นักธุรกิจและเอกชนเกิดความไม่มั่นใจต่ออนาคตของเศรษฐกิจไทย ไม่มั่นใจต่อนโยบายและการรับมือของรัฐบาล เมื่อไหร่ก็ตามที่คนไม่มั่นใจ เกิดความกลัว การจับจ่ายใช้สอยย่อมไม่มี เศรษฐกิจอ่อนทั้งข้างในและข้างนอก เท่านั้นยังไม่พอในไตรมาส 2 นี้ยังมีปัญหาภัยแล้งที่กำลังรออยู่

สุดท้ายส่งผลให้นักวิเคราะห์หลายๆสำนักปรับประมาณการของเศรษฐกิจไทยใหม่จากเมื่อก่อนที่เคยคาดว่าจะโต 3%+ ปรับลดมาแล้ว 1 ครั้งเหลือ 2.7-3% ตอนนี้ปรับลดลงไปอีกครั้งเหลือ 1.7-2.5%  เครื่องยนต์เศรษฐกิจทั้ง 4 การบริโภคในประเทศอ่อนแอ การส่งออกและการท่องเที่ยวกระทบหนัก นักลงทุนในประเทศขาดความมั่นใจ นโยบายรัฐบาลและการลงทุนติดขัด

ด้วยปัญหารุมเร้าขนาดนี้จึงไม่แปลกที่จะเป็นเหตุให้เราๆท่านๆจะรู้สึกอึดอัด เหมือนไม่มีทางออก คนทำธุรกิจรู้สึกมืดมน เรียกได้ว่าทางเปียกฝน ถนนก็เปียกนำ้ ไม่ราบรื่น … ปัจจัยภายในอย่างการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของประเทศเองก็ถือว่าไม่ได้ดูดี เพราะเศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ยุคสังคมผู้สูวอายุที่ตามโลกไม่ทัน ล้าสมัย ในขณะที่ประเทศรอบๆบ้านเรากลับเก่งขึ้นเรื่อยๆ

ที่เขียนตอนนี้ 5 ทุ่มกว่าแล้วผมขอหยุดไว้เพียงเท่านี้ บทความหน้าจะว่าด้วยเรื่องศักยภาพการแข่งขันของประเทศไทย ปัญหารุมเร้า แต่ถ้าเราแข็งแกร่ง ปัญหาก็คงทำอะไรเราไม่ได้ … อย่างไรก็ตามจากข้อมูลที่ผมรวบรวมมาก็ดูไม่ค่อยจะดี แล้วเราจะหาทางรอดกันอย่างไร

เดี๋ยวมาคุยให้ฟังในรอบหน้าถ้ายังไม่เบื่อกันไปก่อนครับ

ผมเคยมีเขียนสรุปเรื่องการลงทุนปี 2020 ไว้แล้วไปอ่านกันที่บทความ ปี 2020 วิกฤตหุ้นจะมาไหม สรุปทุกอย่างที่คนลงทุนต้องรู้

อยากรู้ว่ามือโปรเขารับมือกันอย่างไร อ่านบทความ สรุปวิธีเล่นหุ้น ปี 2020 ของดร.นิเวศน์ที่นี่ครับ