ขาขึ้นตลาดหุ้นครั้งใหม่ดูยังไง?

ขาขึ้นคลาดหุ้นครั้งใหม่ดูยังไง?

ตอนนี้ SET กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ จะขึ้นก็ไม่แน่ จะลงหรือไม่ก็ไม่รู้ ผมจึงลองพยายามจับทิศทางปัจจัยต่างๆดูว่า มีปัจจัยอะไรบ้างที่ผมต้องตามดู เพื่อจะได้รู้ทันว่า SET ตอนนี้จะกลับเป็นขาขึ้นหรือไม่ หรือจะลงหนักกว่าเดิม สรุปมาได้ประมาณนี้ครับ

SET ไม่เกิดจุดตำ่สุดใหม่

การดูจิตวิทยาโดยรวมสามารถดูได้ที่ราคาดัชนี SET Index เลย ถ้า SET Index ไม่มีจุดตำ่สุดใหม่ จะเป็นการคอนเฟิมสัญญาณขาขึ้นเบาๆในเชิงเทคนิค แต่การดูแค่ราคา SET Index คงไม่พอจำเป็นต้องดูปัจจัยอื่นๆร่วมด้วย

จำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยลง

ไม่จำเป็นเสมอไปที่ต้องรักษาหายหมด หรือไม่มีการระบาดเลย เพียงแค่การแพร่ระบาดของโลกที่เป็นต้นเหตุให้เกิดวิกฤตครั้งนี้ลดลง คือมีคนติดเชื้อใหม่เป็นสัดส่วนที่น้อยลง ก็สามารถทำให้นักลงทุนในตลาดเริ่มใจชื้นและเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์มากขึ้น เริ่มรับรู้แล้วว่าปัญหาเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะตามมาด้วยการลดลงของข่าวร้ายที่มากระทบตลาดรายวันรัวๆมา 1-2 เดือนแล้ว

ข่าวร้ายออกไปหมดแล้ว

ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าตลาดหุ้นแทบจะทุกตลาด มีการปรับตัวลงมาอย่างหนัก จากข่าวร้ายของการแพร่ระบาด COVID-19 อย่างไรก็ตามตอนนี้ผมคิดว่าตลาดเริ่มซึมซับตัวเลขเศรษฐกิจที่รุนแรง ข่าวแย่ๆ ไปมากพอสมควรแล้ว เรากำลังจะผ่านจุดที่แย่ที่สุดในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่เทรดอยู่บนความคาดหวังล่วงหน้า ดังนั้นถ้าข่าวร้ายสะท้อนออกมาหมดแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีข่าวดี หุ้นก็อาจจะไม่ลงแล้ว และอาจกลับตัวเป็นขาขึ้นได้

งบการเงินของบริษัทเริ่มมีการผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้ว

เช่นเดียวกันกับข่าวร้าย ถ้างบการเงินที่แย่ที่สุดซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นงบการเงินในไตรมาส 1 และ 2 แย่ๆของปีนี้ได้ออกมาแล้ว มีโอกาสสูงมากที่หุ้นตัวนั้นๆจะถึงจุดตำ่สุดไปแล้ว อย่างไรก็ตามต้องประเมินให้ออกว่างบไตรมาสที่ 1 ประกาศออกมานั้นแย่กว่าหรือดีกว่าที่ตลาดคิด ถ้าดีกว่าที่ตลาดคิด หุ้นอาจจะกลับตัวเป็นขาขึ้นได้เลย แต่ถ้าแย่กว่าที่ตลาดคิดก็อาจจะลงหนักอีกครั้ง และกลับเป็นขาขึ้นช่วงไตรมาส 2 เพราะงบไตรมาส 3 และ 4 คาดว่าน่าจะดีขึ้นแน่ๆในกรณีที่เราสามารถควบคุมการระบาดของ COVID-19 ได้แล้ว

คนกลับมาทำงานกันปกติ ร้านค้าเริ่มกลับมาเปิด

อันนี้เป็นปัจจัยเชิงจิตวิทยา ส่งสัญญาณบอกคนทั่วโลกว่ารัฐบาลมีความมั่นใจในการควบคุมโรค และมีการเตรียมพร้อมที่เพียงพอ จึงกล้าให้คนกลับมาทำงานตามปกติ และร้านค้ากลับมาเปิดใหม่ อย่างไรก็ตามก็ควรต้องคอยตามสังเกตด้วยว่าจะเกิดการระบาดเป็นรอบที่ 2 หรือไม่

เริ่มมี Fund Flow ต่างชาติไหลเข้าหุ้นไทย ดูค่าเงินก็ได้

ที่ผ่านมา Fund Flow ต่างชาติ ไหลออกจากตลาดไทยเยอะมาก หุ้นไทยในตอนนี้แม้จะลงมาเยอะแต่ก็ยังไม่เท่าระดับ Subprime หรือต้มยำกุ้ง แต่ถ้าตลาดจะขึ้นได้จริงๆอาจจะต้องให้ต่างชาติปรับมุมมองมาซื้อหุ้นไทยใหม่ ซึ่งถ้าเห็น Fund Flow ต่างชาติซื้อต่อเนื่องอย่างมีนัยยะ หลักหมื่นล้านติดต่อกันหลายๆอาทิตย์ ก็มีโอกาสว่าหุ้นรอบนี้อาจจะได้เวลากลับตัวเป็นขาขึ้นก็ได้

ทองคำราคาตก

เพราะทองคำเป็นเสมือนสินทรัพย์ที่เป็น Safe Haven เมื่อไหร่ก็ตามที่มีความปผันผวน หรือความเสี่ยงสูงๆ ราคาทองคำจะพุ่งสูง เพราะนักลงทุนย้ายเงินเข้าไปไว้ในทองคำ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาทองคำเริ่มนิ่ง เริ่มไม่ขึ้นและมีแนวโน้มลง นั่นอาจหมายความว่า ”ความกลัวและความกังวล” ในตลาดกำลังหายไป ยิ่งถ้าเห็นราคาหุ้นกลับมาขึ้น ก็เป็นการคอมเฟิมอีกปัจจัยหนึ่ง

ไม่เกิดปัญหาสภาพคล่องในตลาดตราสารหนี้

อั้นนี้ดูยากหน่อยต้องคอยติดตาม ดูการ Downgrade และการ Roll Over หุ้นกู้ ของบริษัทต่างๆ ถ้าสามารถทำได้ตามปกติ แปลว่านักลงทุนในตลาดมองบวกกับตลาด อันนี้สำคัญมากเพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการล่มสลายแบบโดมิโน่มาแล้วในวิกฤตครั้งที่ผ่านๆมา บริษัทดีๆยังขายหุ้นกู้ไม่ได้ บริษัทเสี่ยงๆไม่ต้องพูดถึง ถ้าไม่เกิดปัญหานี้ก็จะไม่เกิดการล้มของบริษัท ปัญหาการจ้างงานก็จะไม่มี ทำให้เศรษฐกิจกลับมาโตได้หลังจากควบคุมการระบาดของ COVID-19 ได้

ปัจจัยเหล่านี้คือปัจจัยคร่าวๆที่ผมใช้ในการดูตลาดหุ้นว่าใกล้ถึงจุดตำ่สุดหรือยัง อาจไม่ถูกต้องทั้ง 100% เพราะในวิกฤตไม่มีใครบอกได้ว่าถูกหรือไม่ ขนาด Warren Buffett และ Ray Dalio ยังมีผิดพลาดได้ ผมเองน่าจะฉลาดน้อยกว่าท่านทั้ง 2 เยอะ จึงไม่อาจบอกทุกคนด้วยความมั่นใจ 100% ได้ว่าสิ่งที่ผมพูดจะถูกต้อง แต่ก็หวังว่ามันจะสามารถเอาไปเป็นข้อมูลให้ทุกคนต่อยอดกันได้

ผมคิดว่าอย่างน้อย…รู้ว่าต้องไปทางไหน แม้ไม่รู้ว่าถูกหรือไม่ แต่ก็ดีกว่าไม่มีหลักการ ไม่รู้อะไรเลย อะไรที่ช่วยๆกันได้ก็อยากช่วยครับ ^^

ถ้ายังไม่มั่นใจอ่านบทความ สรุปมุมมองนักวิเคราะห์ต่อตลาดหุ้นในตอนนี้ เพิ่มเติมได้ครับ

อย่าลืมกด Like Page Facebook ให้กำลังใจทีมงาน Buffettcode ด้วยนะครับ