กลยุทธล้มยักษ์ จากผู้รับเหมาสู่เศรษฐีหมื่นล้าน “พฤกษา เรียลเอสเตท”

กลยุทธล้มยักษ์ จากผู้รับเหมาสู่เศรษฐีหมื่นล้าน “พฤกษา เรียลเอสเตท” – Case Study

 

ปี  2536 ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ เห็นโอกาสการทำบ้านสำหรับผู้มีรายได้ตํ่า เขาถามตัวเขาเองว่าสามารถทำบ้านราคาตํ่ากว่า 6 แสนบาท ได้ไหม เมื่อคำนวณต้นทุนทั้งหมดแล้วปรากฏว่าน่าจะทำได้ คุณทองมาจึงออกจากงานมาตั้งบริษัทใหม่กำหนดชะตาชีวิตของตัวเองในฐานะผู้ประกอบการ เปิดบริษัท พฤษภา เรียลเอสเตท จำกัด

 

บ้านสำหรับมวลชนในตอนนั้นยังเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย เพราะบริษัทอสังหาริมทรัพย์อื่นๆต่างพัฒนาบ้านเพื่อชนชั้นกลาง-สูง ตลาดบ้านสำหรับมวลชนแม้จะมีขนาดใหญ่มากแต่ก็มีผู้เล่นเพียงรายเดียวคือการเคหะแห่งประเทศไทย

 

จะด้วยสาเหตุว่าการทำบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยขายได้กำไรตํ่า หรือบริษัทต่างๆอาจจะคิดว่าแม้ทำไป ลูกค้าคงไม่มีกำลังซื้ออยู่ดีเพราะแค่ค่ากินค่าอยู่ก็หมดแล้วจะเอาที่ไหนมาผ่อนบ้านเพิ่มได้อีกทำให้ตลาดนี้เป็นตลาดที่ใครๆก็เมิน

 

แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง โครงการพฤกษา 1 แม้จะขายหมดอย่างรวดเร็วแต่ก็เป็นเพราะคำนวณต้นทุนผิดพลาด ทำให้แทบไม่มีกำไร ถึงกระนั้นคุณทองมาก็ยังพยายามแก้ปัญหา ไม่ยอมแพ้ทำต่อไปโดยยึดทำเลแถบรังสิตเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ เนื่องจากเป็นพื้นที่ๆมีโรงงานมาก มีกำลังซื้อบ้านมากแต่ราคาต้องไม่เกิน 6 แสนบาท ราคานี้ทำได้เพราะได้รับการสนับสนุนจากบีโอไอ ตอนนั้นคนเรียกบ้านของพฤกษาว่า “บ้านบีโอไอ”

 

ด้วยความที่เป็นบริษัทใหม่เงินทุนก็มีไม่มากจึงไม่มีที่ดินมากมายเหมือนบริษัทอสังหารายอื่น คุณทองมาจึงต้องใช้วิธีซื้อที่ดินเฉพาะในทำเลที่มีกำลังซื้อสูง สร้างโครงการให้เร็ว โอนให้ไวทำให้ทุนไม่จมสามารถเอาไปพัฒนาโครงการต่อๆไปได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนั้นยังบริหารวัสดุก่อสร้างด้วยระบบ Just-in-time เพื่อจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพ ลดลงปัญหาของการขาดแคลนเงินทุนได้มากขึ้นอีก

 

พฤกษาเติบโตอยู่บนตลาดบ้านราคาถูกจนต่อมาคุณทองมาได้นำระบบ Prefabrication  หรือการหล่อในพื้นที่แทนการก่ออิฐฉาบปูนแบบเดิมๆมาใช้ทำให้สร้างบ้านเร็วขึ้น จากปกติใช้เวลา 12-18 เดือนเหลือแค่ 9 เดือนเท่านั้น แม้ราคาต้นทุนจะเท่าๆเดิมแต่ก็ทำให้สร้างได้เร็วขึ้น ประหยัดดอกเบี้ยทำต้นทุนได้ถูกกว่าเดิม ปัจจุบันพฤกษาขยับมาใช้เทคโนโลยีที่ดีกว่าคือ Precast สร้างบ้านได้โดยใช้ระยะเวลาแค่ 120 วันเท่านั้น

 

ในปี 2540 เกิดวิกฤตเศรษฐกิจไทย บริษัทบ้านจัดสรรหลายบริษัทต้องปิดตัวลง แต่พฤกษากลับเอาตัวรอดไปได้แม้ทำตลาดบ้านราคาถูก เพราะความคิดที่ว่า “คนจนจะไม่ทิ้งบ้าน” ต่างกับคนรวยมีบ้าน 3-4 หลังเศรษฐกิจไม่ดีหยุดผ่อนปล่อยยึดหรือขายทิ้งไปซักหลังสองหลังก็ยังมีบ้านอยู่ไม่เดือดร้อนอะไรมาก

 

ลูกค้าของพฤกษานอกจากจะไม่มีใครทิ้งดาวน์แล้ววิกฤตครั้งนั้นยังทำให้พฤกษาเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะคนมีรายได้ตํ่าลงก็มองหาบ้านที่ราคาถูกลงซึ่งพฤกษาสามารถตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้เป็นอย่างดี

 

ในปี 2548 พฤกษาเข้าตลาดหุ้นเพื่อระดมทุนในการขยายธุรกิจ

ตั้งเป้าเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้สูงสุดในประเทศไทยแซงหน้าแลนด์แอนด์เฮ้าส์ที่ตอนนั้นมียอดขายมากกว่าพฤกษาถึงกว่า 2 เท่าตัว เซียนอสังหาได้ยินแล้วก็ส่ายหน้าให้กับความฝันของคุณทองมา

 

ปี 2552 พฤกษาลบคำสบประมาทได้ บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้กลายเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีรายได้สูงสุดที่  19,000 ลบ. ชนะแลนด์แอนด์เฮ้าสที่ยอดขาย 17,900 ลบ. ด้วยสาเหตุคือก่อนหน้านี้พฤกษาพัฒนาโครงการอยู่ในเขตรังสิต-บางบัวทองมาตลอด ไม่ได้ออกไปเขตอื่นๆของกรุงเทพเลย

พอได้เงินทุน ทีมงานพร้อม รวมไปถึงการเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีต่างๆมาบริการจัดการๆดำเนินงานทำให้เป็นต่อบริษัทอื่นๆส่งผลให้พฤกษาสามารถ Scale ได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

 

ในปี 2553 จากผลการดำเนินงานที่ดีในปีก่อน ราคาหุ้น PS ขึ้นจากแถวๆ 12 บาทไปที่ 24 บาท ส่งผลให้คุณทองมากลายเป็นเศรษฐีหุ้นไทยอันดับ 1 ของเมืองไทยที่มูลค่า 31,000 ลบ.  โค่นแชมป์ 7 สมัยอย่างคุณอนันต์ อัศวโภคิน เจ้าของแลนด์แอนด์เฮ้าส์ที่ตกมาอยู่อันดับ 3 ลงได้หลังจากตามจี้ติดๆเป็นอันดับ 2 มาเป็นเวลา 4 ปีเต็ม

 

เรื่องราวของคุณทองมาและพฤกษา เรียลเอสเตท เกิดขึ้นได้ด้วยการทำความเข้าใจโอกาสและศักยภาพของตนเองเป็นอย่างดี

สร้างจุดเด่นและเข้าใจจุดด้อยของตนเอง หลบเลี่ยงที่จะปะทะกับจุดแข็งของคู่แข่ง จู่โจมเข้ายึดตลาดที่ไม่มีผู้นำสร้างอาณาจักรของตนขึ้นมาเงียบๆ กว่าคู่แข่งจะรู้ตัวพฤกษาก็แกร่งแล้ว ถ้าตอนนั้นคุณทองมาเปลี่ยนใจไปทำบ้านหรู บ้านเดี่ยว หรือบ้านสร้างก่อนขายก็คงไม่มีพฤกษา เรียลเอสเตทในวันนี้และที่แย่กว่านั้นคือ คนไทยจำนวนมากคงยังต้องอยู่ห้องเช่าต่อไปอย่างไม่มีทางเลือก ธุรกิจที่ดีนอกจากสร้างกำไรแล้วยังสร้างคุณค่าให้สังคมได้ด้วย และนี่คือเรื่องราวของคนจริงที่ชื่อ “ทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์” ผู้ใช้เวลาแค่ 16 ปีในการ “ล้มยักษ์”

 

ติดตามเรื่องราวการลงทุนและกลยุทธธุรกิจดีๆได้ที่เพจ BUFFETTCODE