ไม่จบมหาลัยก็รวยได้? มาดูสถิติกัน

ไม่จบมหาลัยก็รวยได้? มาดูสถิติกัน

จากกระแส “เด็กซิ่ว” ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงเป็นจำนวนมากอย่าง Mark Zuckerburg ผู้ก่อตั้ง FB, Bill Gates ผู้ก่อตั้ง Microsoft, Steve Jobs ผู้ก่อตั้ง Apple หรือ Travis Kalanick ผู้ก่อตั้ง Uber  ทำให้หลายๆคนอาจจะคิดว่าเอ๊ะ ! ขนาดคนเหล่านี้ไม่จบมหาลัย ยังประสบความสำเร็จได้อย่างสูง แล้วแบบนี้เราควรจะลาออกจากมหาลัยแล้วออกไปตามความฝันเลยดีไหมนะ? การลาออกไปตามความฝันเลยก็มีข้อดีอย่างเช่นสามารถเริ่มต้นได้อย่างรวดเร็วถ้ารู้อยู่แล้วว่าชีวิตชอบอะไร การทำแบบนี้ตามคอมมอนเซนส์แล้วก็น่าจะสำเร็จเร็วขึ้นไหม? ก็เริ่มต้นเร็วขึ้นก็ควรสำเร็จเร็วขึ้นป่ะ? ตัวอย่างก็มีแล้วเต็มไปหมด ส่วนข้อเสียก็คือด้วยประสบการณ์ที่น้อยมากบวกกับความรู้เกี่ยวกับการทำธุรกิจก็อาจจะไม่ค่อยมีก็อาจจะทำให้มีความเสี่ยงในการไม่ประสบความสำเร็จได้แล้วมันจะดีกว่าไหมถ้าเราเลือกทางเดินที่ปลอดภัยกว่าเรียนจนจบมหาลัยแล้วค่อยๆทำงานหาประสบการณ์แล้วค่อยออกมาตามฝัน? ข้อดีของการจบมหาลัยคือมีความรู้ ถ้าทำงานก็จะมีประสบการณ์แล้วแต่ข้อเสียก็มีหลายอย่างเช่น มันอาจจะสายเกินไปบ้าง หรือเรียนมหาลัยก็ไม่ได้การันตีว่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นบ้างไรงี้ ด้วยความที่ยังไม่มีใครในประเทศไทยเคยทำวิจัยมาก่อนเราคงยังไม่สามารถตอบคำถามนี้ในประเทศไทยได้แบบมีข้อมูลยืนยันอย่างชัดเจน เป็นโชคดีของเราที่คงมีคนสงสัยกันเยอะมากไม่ใช่แค่ในไทยแต่ในสหรัฐฯก็เช่นกันว่าสรุปแล้วแบบไหนมันดีกว่ากัน และแล้วก็มีคนทำ Research มาเคลียร์เรื่องนี้จนได้คือ Jonathan Wai และ Heiner Rindermann ทั้งคู่เป็นนักจิตวิทยาและนักวิจัยดีกรีดอกเตอร์ ได้ออกมาเปิดเผยผลว่าจริงๆแล้วเนี่ยควรต้องจบมหาลัยไหม?

นักวิจัยทั้งสองท่านนี้ศึกษาข้อมูลของผู้นำที่ประสบความสำเร็จในเป็นจำนวน  11,745 คนโดยมีทั้ง CEO, ผู้พิพากษา, นักการเมือง, เศรษฐี, มหาเศรษฐีรวมไปถึงบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากๆ เท่านั้นยังไม่พอพวกเขายังทำวิจัยลงลึกลงไปด้วยว่าแล้วถ้าระหว่างจบมหาลัยชื่อดังกับมหาลัยธรรมดาผลจะแตกต่างกันแค่ไหน แล้วผลที่ออกมาก็คือ ผู้นำส่วนมากจบมหาลัยจ้าาาาา มหาลัยดังด้วย โดยคนที่มีชื่ออยู่ในบุคคลอันทรงพลังของ Forbes เช่น Obama, Xi Jinping, Angela Merkel, Putin เป็นคนจบมหาลัยชื่อดังถึง 85.2% และจบมหาลัยธรรมดาที่ 14.8% คนที่ไม่จบมหาลัยก็มีแต่น้อยมากๆๆๆๆไม่ถึง 1%  มาดูทางด้าน 30-Millionaire วัยรุ่นเงินล้านบ้างถ้าจะรวยก่อนอายุ 30 ต้องจบมหาลัยมั้ย?  สรุปคือส่วนใหญ่เลยคือ 46.1% จบมหาลัยธรรมดา 33.8% จบมหาลัยชื่อดัง แต่ก็มีถึง 20% เลยทีเดียวที่ไม่จบมหาลัย อาจจะมีความเป็นไปได้ว่าคนที่ประสบความสำเร็จรุ่นใหม่ๆไม่มีความจำเป็นต้องเรียนรู้จากมหาลัยเพราะสามารถเรียนจากอินเตอร์เน็ตหรือที่ไหนก็ได้ แต่ก็ยังต้องถือว่า 20% เนี่ยเป็นส่วนน้อยคือถ้าคิดเร็วๆก็หมายความว่ามีโอกาส 1 ใน 5 ที่จะ เป็นเศรษฐีเงินล้านก่อนอายุ 30 ถือว่าสูงเหมือนกันนะครับแต่ก็อีกนั่นแหละถ้าคุณเรียนมหาลัยจะชื่อดังหรือไม่โอกาสสำเร็จเป็นวัยรุ่นเงินล้านของคุณคือ 4 ใน 5 ครับความน่าจะเป็นเยอะกว่าเยอะ

 

ส่วนคนที่รวยมากๆๆๆๆเป็นมหาเศรษฐี Forbes Billionaires มีคนจบมหาลัยชื่อดัง 44.8% มหาลัยธรรมดา 44.3% ไม่จบมหาลัยเลย 10.8% สรุปได้ว่ามหาเศรษฐีระดับพันล้านเหรียญส่วนใหญ่จบมหาลัยครับ 89.1% หรือเกือบๆ 9 ใน 10 มีคนไม่จบมหาลัยบ้างประมาณ 1 ใน 10 ครับโดยจบมหาลัยดังหรือไม่อาจจะไม่มีนัยยะมากนักเพราะสัดส่วนพอๆกัน ดังนั้นถ้าจะตอบคำถามหัวข้อคือรวยได้ไม่ต้องจบมหาลัย จริงไหม? คำตอบคือจริงครับ แต่เราก็ต้องคำนึงถึงด้วยว่าการจบมหาลัยเหมือนเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะรวย และประสบความสำเร็จมากขึ้นได้ไม่ว่าจะเป็นในสายงานอาชีพไหนครับ เพราะส่วนใหญ่แล้วก็จบมหาลัยกันทั้งนั้น อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าไม่จบมหาลัยเลยจะไม่มีโอกาสแต่โอกาสก็อาจจะน้อยลงมามากครับ นอกจากความน่าจะเป็นเหล่านี้หากจะเอามาใช้กับตัวเราเอง ยังต้องคำนึงว่างานวิจัยชิ้นนี้ทำกับคนที่ “ประสบความสำเร็จ” แล้วนะครับดังนั้นโอกาสที่เราได้มันจะต้องลดลง หลังจากนั้นถึงจะเอามาหักลบกับส่วนผสมอย่างโชค,ความขยันของตัวเราเอง,ประสบการณ์,ความรู้และผลวิจัยที่ถ้ามาทำในประเทศไทยไม่รู้จะเป็นไงอีกด้วยดังนั้นโอกาสน่าจะน้อยลงครับ แต่สิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตเพิ่มคือกลุ่ม 30-Millionaire เพราะบุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นคนที่อายุน้อยตํ่ากว่า 30 ที่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยีทั้งนั้น ในหัวข้อนี้มีคนไม่จบมหาลัยที่ 20% สูงสุดในข้อมูลที่ผมได้มา นั่นอาจจะพอให้สรุปได้ว่าณ.วันนี้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามามีส่วนช่วยให้คนสามารถรํ่ารวยได้สูงและเร็วกว่าในยุคก่อนๆมากครับในกรณีที่คุณประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ถ้ารู้จักใช้เทคโนโลยีช่วยและมีความรักในสิ่งที่คุณทำ ผมคิดว่าตอนนี้คือเวลาของคุณแล้ว ความน่าจะเป็นอะไรก็ไม่สู้เราทำวันนี้ให้เต็มที่และโอกาสจะมาอยู่ในมือของคุณเองครับ

 

ติดตามเรื่องราวการลงทุนและกลยุทธธุรกิจดีๆได้ที่เพจ BUFFETTCODE