ซื้อหุ้นเติบโตยังไงไม่ให้ติดดอย? 7 มุมคิดพิชิตกำไรที่ใครๆก็ทำได้

หลักการเลือกหุ้นเติบโต

หุ้นเติบโตเป็นหุ้นที่นักลงทุนชอบเล่นกันมากที่สุด เพราะส่วนใหญ่แล้วจะมี Story การเติบโตที่ชัดเจน โอกาสราคาหุ้นขึ้นมีสูง แต่ก็มักจะตามมาด้วยราคาหุ้นที่บางครั้งแพงเวอร์ๆ แล้วพอเกิดอะไรผิดพลาดขึ้นมาทีก็ต้องเจอกับการ Draw-down อย่างหนัก

ดังนั้นความท้าทายของการเล่นหุ้นเติบโตไม่ใช่การเติบโตมีกำไร แต่อยู่ที่การจำกัดการขาดทุนต่างหาก ว่าจะทำยังไงให้เวลาที่เราผิด ไม่ผิดถึงขั้นเจ๊งไปเลย บทความนี้ไม่ได้หาทางที่จะทำกำไรจากหุ้นเติบโตสูงสุด แต่เป็นการทำกำไรจากหุ้นเติบโตยังไงให้ปลอดภัยที่สุดครับ

ซื้อตอนที่การเติบโตยังไม่แน่นอน

ตลาดหุ้นชอบความแน่นอน นักลงทุนชอบความแน่นอน นักวิเคราะห์ก็ชอบความแน่นอน แต่ไอ้ความแน่นอนเนี่ยมันแทบจะไม่มีอยู่จริง ดังนั้นถ้าเราไปซื้อหุ้นตอนที่การเติบโต (ดูเหมือนจะ) แน่นอนสุดๆแล้ว ราคาหุ้นตอนนั้นก็มักจะแพงไปแล้ว ดังนั้นเราควรซื้อหุ้นตอนที่ Story มันยังไม่แน่นอนมาก แบบ 40-50% แต่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆแทน ต้องอย่าลืมว่าตลาดหุ้นเล่นกันอยู่บนความคาดหวัง เพราะยิ่งการเติบโตชัดขึ้น โอกาสที่หุ้นจะขึ้นก็สูง และหุ้นส่วนใหญ่มักจะขึ้นก่อนที่ทุกอย่างมันจะชัดเจน บางทีพอทุกอย่างชัดเจนก็ถึงจุดสูงสุด ดอยพอดี

ซื้อตอนมีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น

หุ้นเติบโตบางตัวมักจะเจอเหตุการณ์พิเศษมาสกัดดาวรุ่งเช่น อยู่ดีๆก็น้ำท่วม ไฟไหม้ โรคระบาดลง โดนลูกค้ารายใหญ่ทิ้ง สิ่งที่เขียนมาเหล่านี้มักจะทำให้ราคาหุ้นตกหนักอย่างเร็ว และแรง แต่ถ้า Story การเติบโตของหุ้นที่ถืออยู่ยังดำเนินต่อไป ราคาหุ้นที่ตกลงมาคือโอกาสซื้อเลยครับ แต่เราต้องทำการบ้านเพิ่มให้มั่นใจจริงๆนะว่าเหตุการณ์ไม่ดีที่เกิดขึ้นจะกระทบพื้นฐานของหุ้นแค่ชั่วคราว

ซื้อตอนแผนการเติบโตกำลังผลิดอกออกผล

อันนี้เป็น Pitfall ขนาดใหญ่มากของการซื้อหุ้นเติบโตคือ บางทีซื้อเร็วเกินไป แผนการลงทุนหรือขยายงานที่บริษัทบอกมันยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี และกว่าจะมีกำไรต้องลงทุนขนาดใหญ่ก่อน เช่นสร้างตึกใหม่ เปิดโรงงานใหม่ จ้างทีม Sale เพิ่ม ทำให้แทนที่ราคาหุ้นจะขึ้นเพราะแผนเติบโต กลับลงแทน เพราะค่าใช้จ่ายที่หนักกระทบกำไรสุทธิ

ดังนั้นเราควรดูว่าการขยายงานของบริษัทมีลักษณะแบบไหน กว่าจะมีกำไรเมื่อไหร่ อันนี้การอ่านงบการเงินสำคัญเพราะจะทำให้เรากะระยะเวลาได้คร่าวๆว่าควรซื้อหุ้นช่วงไหนที่กำไรกำลังจะเติบโต

ซื้อหุ้นเติบโตที่มีปันผลรองรับ

อันนี้เป็นอีกวิธีที่ทำได้ไม่ยาก คือพยายามหาหุ้นเติบโตที่มีปันผลรองรับเยอะๆ 5% ขึ้นไป เกิดอะไรขึ้นมายังมีปันผลคอยช่วงให้ราคาหุ้นไม่ลงมาก แต่ถ้าเล่นหุ้นเติบโตที่ไม่จ่ายปันผลเลย ผิดพลาดอะไรขึ้นมา 3-4 ฟลอร์บางทียังเอาไม่อยู่

ซื้อหุ้นเติบโตที่มีคู่แข่งอ่อนแอ

การทำธุรกิจก็เป็นรื่องธรรมดาที่ต้องมีคู่แข่ง แน่นอนพอเราพยายามจะโตในตลาดที่คู่แข่งเก่งๆ ก็จะทำให้แผนการเติบโตสะดุดได้ ถ้าหาอุตสาหกรรมที่คู่แข่งไม่เก่งเท่าไหร่ เช่นค้าปลีกเมื่อ 10 ปีก่อนที่ Modern Trade มีคู่แข่งเป็นร้านโชห่วยเป็นต้น ก็จะทำให้การเติบโต Smooth มากขึ้น

ซื้อหุ้นเติบโตที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโต

อันนี้กำปั้นทุบดินมากๆ ถ้าอุตสาหกรรมมันโตดี หุ้นไม่ต้องเก่งมากก็โตได้ เหมือนการพายเรือตามน้ำ ไม่ต้องออกแรงมาก ไม่ต้องเหนื่อยมาก ก็โตได้ ยกตัวอย่างชัดๆก็เช่นหุ้นขนส่งพัสดุในตอนนี้ (อันนี้ไม่ได้เชียร์นะ 555) และ E-commerce ที่ตลาดมันโตอยู่แล้ว ถ้าไม่ทำอะไรบ้าๆยังไงก็โต

ถือหุ้นเติบโตระยะยาว

ระยะยาวในความหมายของผมคือ 1-3 ปีขึ้นไป เพราะมันจะครบ Cycle พอดี เช่นจุดที่เราเข้าซื้อดันเป็นจุดดอยของหุ้นเติบโตนั้น ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็แล้วแต่ (ส่วนใหญ่มันจะเกี่ยวข้องกับข้อข้างบนที่เขียนมาแหละ)

พอผ่านมา 1-2 ปี ผู้บริหารแก้ปัญหาได้ หรือปัญหานั้นจบลงเพราะเป็นปัญหาชั่วคราว หุ้นก็จะกลับมาเติบโตเอง 1-3 ปีที่ว่าคือการให้เวลากับบริษัทและผู้บริหาร รวมไปถึงมุมมองที่นักลงทุนมองหุ้นตัวนั้น นักลงทุนในตลาดส่วนใหญ่สายตาสั้นครับ มักจะให้น้ำหนักกับเหตุการณ์ระยะสั้นมากกว่า พอเวลาผ่านไปหุ้นดีก็กลับขึ้นมา ทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ

ทั้งนี้ทั้งนั้นอ่านบทความกันจบแล้ว ก็อยากให้เพื่อนๆ Keep in mind นะครับว่านี่เป็นเพียงประสบการณ์ของผมคนเดียวเท่านั้น จะถูกหรือผิดบางทีมันแล้วแต่สถานการณ์ด้วย ถ้าเอาหลักการตามนี้ไปใช้ ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม ก็คิดว่าน่าจะทำให้การที่ซื้อหุ้นเติบโตแล้วดอยน่าจะน้อยลงได้ครับ 🙂

อย่าลืมกด Like Page Facebook ให้กำลังใจทีมงาน Buffettcode ด้วยนะครับ