Airbus จัดเต็มสร้าง “Aeropolis” ในไทย

Airbus จัดเต็มสร้าง “Aeropolis” ในไทย

 

ถ้าพูดถึงภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทยในปัจจุบัน หลายๆคนคงคิดถึงรถยนต์ ด้วยตัวเลขการผลิตที่ประมาณ 2 ล้านคันต่อปีมากกว่าอินโดนีเซียเกือบเท่าตัว ถือว่าในระดับเวทีโลกนั้นประเทศไทยเป็นศูนย์กลางผลิตรถยนต์ที่มีความสำคัญไม่น้อยเลย แต่รู้หรือว่าประเทศไทยไม่ได้มีดีแต่แค่ทำรถยนต์แล้วนะ ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานและการซ่อมบำรุงอากาศยานในประเทศไทยก็เติบโตอย่างต่อเนื่องแม้จะไม่ค่อยเป็นข่าวมากเท่ารถยนต์ก็ตาม ในอดีตรัฐบาลไทยเคยจะผลักดันอุตสาหกรรมอากาศยานมาหลายรอบแล้ว แต่อาจจะเป็นเพราะการดำเนินกลยุทธที่ผิดพลาด เช่นไปจัด Business matching ให้กับ SME ซึ่ง SME ไทยมีศักยภาพหลายๆด้านไม่พอที่จะลงทุนเองและการจะได้มาตรฐาน AS9100 หรือ NADCAP สำหรับผลิตชิ้นส่วนอากาศยานก็ไม่ได้ๆง่ายๆ โครงการจึงต้องล้มเลิกไปรอบนึง ตอนนี้กลับมาปัดฝุนแผนใหม่เน้นชวนรายใหญ่อย่าง Airbus มาลงทุนในไทยแทนซึ่งมีแนวโน้มจะประสบความสำเร็จเป็นก้าวเล็กๆของไทยในการเข้าไปอยู่ในหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ทันสมัยที่สุดของโลก ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ธุรกิจอากาศยานอย่างเต็มตัวแล้ว

จากแผนระยะยาวของรัฐบาลในการผลักดันการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมเพื่ออากาศยานโดยเฉพาะในเขตพื้นที่ใกล้ๆกับสนามบินอู่ตะเภา พัทยาเรียกชื่อเก๋ๆว่า “Aeropolis” เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก โดย 60% จะจัดสรรให้เป็นพื้นที่สำหรับรับจ้างผลิตชิ้นส่วนอากาศยานและอีก 40% จะเป็นส่วนของธุรกิจศูนย์ซ่อมเครื่องบิน MRO (Maintenance, Repair & Overhaul) ที่มีการสนับสนุนลงทุนจากรายใหญ่อย่าง Airbus ไทยเองก็มีบริษัทชิ้นส่วนอากาศบินระดับโลกหลายบริษัทมาตั้งอยู่ในประเทศไทยแล้วเช่น Rollที่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนส่งให้ทั้ง Airbus และ Boeing โดยชิ้นส่วนที่มีการผลิตก็เช่นใบพัดเครื่องบิน, ชิ้นส่วนโครงปีก, เครื่องยนต์ไอพ่น, ล้อ, กระจกอากาศยานและระบบเบรก มูลค่ารวมของการส่งออกชิ้นส่วนอยู่ที่ประมาณ 44,000 ล้านบาท  ส่วนธุรกิจ MRO อยู่ที่ประมาณ 28,000 ล้านบาท ถือว่าเป็นตลาดที่ค่อนข้างเล็กแต่มีความสำคัญในแง่ของการพัฒนาเทคโนโลยีในประเทศไทย

คำถามต่อมาคือแล้วทำไมต้องเลือกไทย? ข้อแรกเลยคือในอนาคตภูมิภาคเอเซียแปซิฟิคจะเป็นที่ๆมีความต้องการเครื่องบินมากที่สุดในโลกด้วยจำนวนการเดินทางของประชากรที่เพิ่มสูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของรายได้ชนชั้นกลาง อย่างน้อยๆต้องซื้อเครื่องบินอีก 15,000 ลำในอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็น Hub ของทั้งการผลิตชิ้นส่วนและการซ่อมเครื่องบินได้ ข้อสองการผลิตชิ้นส่วนเครื่องบินต้องใช้มาตรฐานที่สูงมากดังนั้น ไทยมีจำนวนช่างเทคนิคและวิศวกรที่พร้อมสำหรับงานที่ต้องใช้ฝีมือแถมราคาไม่แพงอีกด้วย ข้อสามรัฐบาลไทยให้การสนับสนุนเป็นอย่างดีโดยนอกจากจะยกเว้นภาษีตามกฏของ BOI แล้วยังจะอุดหนุนซื้อเครื่องบินผ่านการบินไทยและมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีและ Know-how กับกองทัพอากาศไทยอีกด้วย ดูแล้วรอบนี้คงของจริง พี่เค้าไม่ได้มาเล่นๆนะจ๊ะ

 

ติดตามเรื่องราวการลงทุนและกลยุทธธุรกิจดีๆได้ที่เพจ BUFFETTCODE