รีวิวกองทุน ABGDD IPO กองใหม่ ลงทุนหุ้นเติบโตก็ได้ หุ้นปันผลก็ดี สุดยอดกองทุนหุ้น สายบริหารภาษีผ่าน Auto-Redemption

กองทุน ABGDD

วันนี้ผมได้ข้อมูลกองทุน IPO ใหม่ของ Aberdeen Standard มาครับ คือกองทุน ABGDD

สิ่งแรกที่เตะตาผมเลยคือเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนทั้งหุ้นเติบโตและหุ้นปันผล !!!

เน้น !!! ทั้งคู่นะครับ ไม่ใช่ได้อย่างเสียอย่างแบบกองทุนทั่วๆไป

สูตรลับของกองทุนนี้ ลงทุนหุ้นเติบโตแต่ก็เอาเงินส่วนหนึ่งแยกไปมองหาปันผลพิเศษจากหุ้นทั่วโลกกว่า 2,000 ตัวไปด้วย

สุดท้ายเลยเป็นกองทุนที่ทำผลตอบแทนจากการเติบโตของหุ้น และได้ปันผลจากหุ้นปันผลพิเศษด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

กองนี้กำลังจะ IPO เข้ามาในตลาด มีทั้งคลาสแบบสะสมมูลค่า Auto-Redemption และแบบ SSF ครับ

ครอบคลุมสำหรับนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทน และประหยัดภาษี

เป็นอีกหนึ่งกองทีเด็ดจากค่าย Aberdeen Standard ที่ผมคิดว่าน่าสนใจเลยทีเดียว ยิ่งตอนนี้ใกล้ฤดูซื้อ SSF แล้วด้วยครับ ABGDD มีอะไรน่าสนใจ มาวิเคราะห์ไปพร้อมๆกันครับ

หรือหากท่านใดสนใจศึกษารายละเอียดกองทุน ABGDD เพิ่มเติม คลิกได้ที่นี่เลยครับ https://bit.ly/aberdeenBuffettcode

รีวิวกองทุน ABGDD IPO กองใหม่ ลงทุนหุ้นเติบโตก็ได้ หุ้นปันผลก็ดี สุดยอดกองทุนหุ้น สายบริหารภาษีผ่าน Auto-Redemption

ในห้วงเวลาที่ธนาคารพากันลดการคุ้มครองเงินฝากเหลือแค่ 1 ล้านบาท ประชาชนตาดำๆแบบเราก็ต้องหาที่พึ่งให้เงินใหม่ การลงทุนคือหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างผลตอบแทนระยะยาว แต่ก็มีความยากตรงที่จะลงทุนอะไรให้ได้ผลตอบแทนตรงตามเป้าหมาย

เป้าหมายของคนส่วนใหญ่ในการลงทุนมีอยู่ 2 แบบคือเป้าหมายในเชิง กำไรจากการปรับตัวขึ้นของหน่วยลงทุน และกำไรจากปันผล กองทุนในตลาดมักจะได้อย่างเสียอย่างเสมอ คือมีกำไรจากการปรับตัวขึ้นที่ดีแต่ไม่มีปันผล บางกองมีปันผลแต่ราคาหน่วยลงทุนกลับไม่ไปไหน

ด้วยปัญหาด้านบนจึงเป็นที่มาของการรีวิวกองทุน IPO กองใหม่จากบลจ. Aberdeen Standard Investments กองทุน ABGDD หรือ Aberdeen Standard Global Dynamic Dividend Fund มีทั้งคลาสแบบสะสมมูลค่า, Auto-Redemption และ SSF ครับ

ด้วยความที่ ABGDD มีคลาส Auto-Redemption จึงทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับจากการปันผลของกอง Master Fund ไม่โดนภาษีครับ ส่วนคลาส SSF ก็เอาไว้ลดหย่อนภาษีได้ กองนี้สายลดหย่อนภาษีน่าจะถูกใจ (รวมทั้งตัวผมด้วยครับ)

กองทุนนี้ลงทุนใน Master Fund คือ Aberdeen Standard SICAV I – Global Dynamic Dividend Fund ซึ่งมีจุดเด่นคือให้ได้ทั้งผลตอบแทนในเชิงกำไรจากการเติบโตของหุ้นเติบโต และกำไรจากเงินปันผลที่ได้จากหุ้นที่เน้นปันผล และปันผลพิเศษ

เรียกได้ว่าเป็น “The Best of Two Worlds” หรือ ดีที่สุดใน 2 โลกคู่ขนาน ที่บอกว่าโลกคู่ขนานเพราะส่วนใหญ่กำไรจากราคาหน่วยลงทุนกับปันผลมักจะ ไม่ได้มาพร้อมกัน ได้อย่างต้องเสียอีกอย่าง แต่กองนี้ได้ทั้ง 2 อย่าง เป็น Rare Item ที่หาได้ยาก

Master Fund ของกองทุน ABGDD น่าสนใจยังไง?

  • กองทุนมีผลตอบแทนย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม ปี 2020 จนถึง 30 มิถุนายน ปี 2021 ผลตอบแทนสูงถึง 25% แถมยังชนะ Benchmark ด้วย
  • กองทุนมีปันผลย้อนหลังต่อปีสูงถึง 5% และกลยุทธ์ที่กองทุนใช้เคยทำปันผลได้สูงถึง 7% ต่อปี เทียบกับกองทุนปันผลชื่อดังในตลาดบ้านเราที่ให้ปันผลเพียง 2-3% เท่านั้น
  • แม้ต้องเจอกับวิกฤตโรคระบาดในปี 2020 แต่กองทุนยังคงได้รับปันผลที่ต่อเนื่องจากการลงทุน
  • กองทุนใช้กลยุทธ์แบบ “The Best of Two Worlds” โอกาสได้ทั้งผลตอบแทนจากเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นสายเติบโต และหุ้นปันผล ผลกลยุทธ์แบบนี้มีในตลาดไม่มาก และกองที่ทำได้ดีแบบมีข้อมูลตัวเลขชัดเจนหายากครับ
  • ที่ทำแบบนี้ได้เพราะกองทุนจะมีแบ่งสัดส่วนของพอร์ทลงทุนประมาณ 5% เพื่อหาหุ้นที่กำลังจะ “จ่ายปันผลพิเศษ” ทำให้ปันผลที่กองทุนได้รับค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่อง ผลตอบแทนของกอง ABGDD ก็จะมีแนวโน้มในทิศทางเดียวกัน
  • กองทุนมีการเข้าลงทุนผ่านการวิเคราะห์แบบ Bottom-Up หาข้อมูลเชิงลึกด้วยการวิเคราะห์แบบ บริษัท-ต่อ-บริษัท เลยทำให้สามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้รวดเร็ว
  • บริษัทที่กองทุนเน้นหาก็เช่น บริษัทที่มีสินทรัพย์มูลค่าสูงหรือธุรกิจที่กำลังจะขาย บริษัทที่มีกำไรดีพิเศษ และมีเงินสดตุนในงบสูง (การมีเงินสดเยอะๆทำให้บริษัทมีโอกาสจ่ายปันผลพิเศษ)
  • ลงทุนทั่วโลก โดยเน้นที่สหรัฐฯ เป็นสัดส่วนราวๆ 44%
  • เหมาะสำหรับนักลงทุนระยะยาวที่อยากได้ผลตอบแทนจากการเติบโตและปันผลของหุ้น แต่อยากบริหารภาษี
Infographic รีวิวกองทุน ABGDD

Master Fund ของ ABGDD มีนโยบายการลงทุนแบบไหน?

Master Fund ของ ABGDD มีนโยบายการลงทุนแบบ Active เลือกหุ้นแบบ Bottom-Up หรือวิเคราะห์เน้นเจาะลึกเป็นหุ้นรายตัว โดยกองทุนมีการเลือกหุ้นที่กำลังจะมีปันผลพิเศษในเวลาอันใกล้ เพื่อให้ได้ปันผลที่สูงด้วย

การบริหารกองทุนแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนที่เป็น Dividend Capture Sleeve เน้นการเข้าลงทุนในบริษัทที่จ่ายปันผลพิเศษซึ่งมีอัตรา payout สูงกว่าการจ่ายปันผลประจำปี ปันผลสูงเป็นราวๆ 5% ของพอร์ต และส่วนที่เป็น Core Portfolio การลงทุนหลักที่ 95%

จากข้อมูลของทาง Aberdeen กลยุทธ์แบบนี้ให้ผลคือทำให้กองทุนที่ให้ผลตอบแทนแบบ “Get Paid to Wait” หรือได้รับผลตอบแทนตลอดทางระหว่างรอให้หน่วยลงทุนเติบโตครับ

กองทุนใช้กลยุทธ์อะไรในการเฟ้นหาปันผล

Master Fund ของ ABGDD ใช้วิธีอะไรถึงสามารถปันผลสูงๆได้อย่างต่อเนื่อง?

ผมว่าจุดนี้เป็นจุดที่คนต้องการลงทุนในกองนี้ต้องทำความเข้าใจครับ เพราะมันคือจุดเด่นที่ทำให้แตกต่างกับกองอื่น

สิ่งที่กองทุนทำคือ

1. แบ่งหุ้นในกองทุนออกเป็น 2 ประเภทแบบที่กล่าวไปข้างต้น 95% พอร์ตหลัก 5% พอร์ตปันผล

2. ปันผลที่จ่ายจะมาจากพอร์ตหลัก 30-45% ส่วนอีกครึ่งหนึ่ง 55-70% มาจากพอร์ตปันผล

3. พอร์ตปันผลจะเน้นหาหุ้นที่จ่ายปันผลและปันผลพิเศษ โดยจะต้องหาข้อมูลปันผลพิเศษเหล่านี้ และเข้าซื้อก่อนที่บริษัทจะมีการจ่ายปันผลออกมา

4. อย่างไรก็ตามบริษัทเหล่านั้นต้องเป็นบริษัทที่มีพื้นฐานดีด้วย

กลยุทธ์การลงทุนของกองทุน ABGDD

คำถามที่ตามมาคือเวลาหุ้นจ่ายปันผลพิเศษมักจะมีการปรับตัวลงของราคาหุ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีทั้งที่ปรับลงมากกว่าปันผลที่จ่ายไป และปรับลงน้อยกว่าปันผล แล้วทางกองทุนทำอย่างไร? ผมลองเข้าไปดูข้อมูลการลงทุนย้อนหลัง จะเห็นว่ามีทั้งแบบที่กำไรและขาดทุนครับ แต่พอสรุปรวมออกมาแล้วกำไรมากกว่าขาดทุน แปลว่าทางกองทุนมีการดูจังหวะการเข้าออกให้อยู่แล้วครับ

โดยที่ผ่านมากองทุนมีการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอและเป็นอัตราการปันผลต่อปี (Annualized Yield) ในระดับสูงกว่า 5% มาโดยตลอด

การจ่ายปันผลของ Master Fund กองทุน ABGDD

ปันผลที่ต่อเนื่องแบบนี้ กอง Master Fund ของ ABGDD ลงทุนในอะไรบ้าง?

การจะลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ต้องเข้าใจด้วยนะครับว่าเรากำลังจะลงทุนในประเทศไหนเป็นหลัก เพราะผลตอบแทนก็มักจะเติบโตตามสภาวะเศรษฐกิจของประเทศนั้น

ประเทศและภูมิภาคที่ Master Fund ของ ABGDD ลงทุนเป็นหลัก 5 ที่แรก

  • สหรัฐฯ 47.4%
  • สหราชอาณาจักร 7.2%
  • ฝรั่งเศส 4.6%
  • เยอรมัน 4.7%
  • จีน 4.1%

ต้องบอกว่าการลงทุนในสหรัฐฯมีข้อดีมากกว่าความแข็งแกร่ง คือความหลากหลายของสินทรัพย์และหุ้นครับ ตรงนี้สำคัญมากเพราะว่าการที่กองทุนจะหาปันผลพิเศษได้บ่อยๆ ต้องอาศัย Universe ของหุ้นที่ใหญ่พอสมควร ปันผลพิเศษไม่ได้มีกันบ่อยๆครับ ดังนั้นการลงทุนในสหรัฐฯเป็นหลักจะทำให้กองทุนได้เปรียบตรงนี้ด้วย

Sector ที่กองทุนลงทุนก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะ กองทุนมีจุดแข็งคือการเป็น “The best of Two Worlds” ดังนั้นต้อง Balance ให้ดีระหว่างการสร้างผลตอบแทนผ่าน Capital Gain และการหาปันผลมาจ่ายให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างต่อเนื่อง กองทุนลงทุนใน Sector หลัก 5 Sectors แรกดังนี้ครับ

  • Information Technology 15%
  • Financials 15%
  • Healthcare 11%
  • Consumer Staples 9%
  • Consumer Discretionary 9%

จะเห็นว่า Sector หลักคือ Information Technology ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และมีเทรนด์ที่แข็งแกร่งมากๆ ส่วน Financials, Healthcare, Consumer แม้จะเป็น Sector ที่ไม่ได้อยู่ในกระแส แต่ก็เป็น Sectors ที่ขึ้นชื่อว่ากำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านระหว่างธุรกิจแบบดั้งเดิม สู่ธุรกิจที่ใช้ Technology และ Data ในการขับเคลื่อน เช่น เทรนด์ Fintech, Telehealth และ E-Commerce และนอกจากนั้นข้อดีของทั้ง 3 กลุ่มนี้คือเป็นกลุ่มที่มีปันผลที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ

ตรงนี้แตกต่างจากกองทุนปันผลทั่วๆไปพอสมควรเพราะกองทุนปันผลส่วนใหญ่มักจะลงทุนใน Sector Infrastructure และ Utility เป็นหลัก และนี่คือสาเหตุที่ทำให้กองทุนปันผลหลายๆกองทำปันผลได้ดี แต่ Capital Gain ไม่ไปไหน ต่างกับ Master Fund ของ ABGDD ที่ทำปันผลได้ และมี Capital Gain ด้วย

สุดท้ายสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนรู้คือ การที่กองทุนไม่เน้นลงทุนหุ้นกลุ่มที่เป็นวัฎจักรครับ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ประเมินผลตอบแทนและการเติบโตค่อนข้างยากมาก ถ้ากองทุนอยากให้ผลตอบแทนมีสเถียรภาพ การหลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มนี้ก็สมเหตุสมผลอยู่ครับ

กอง Master Fund ของ ABGDD เป็นเจ้าของหุ้นอะไรบ้าง?

Master Fund ของ ABGDD มีนโยบายในการถือหุ้น 80-100 ตัวในกองทุน หุ้น 10 ตัวแรกรวมเป็นสัดส่วน 15.9% หุ้นที่ถือก็เป็นหุ้นที่ทุกคนรู้จักกันดี อยู่ในเทรนด์ที่กำลังเติบโตแตกต่างกันไป

  • Apple 2.4% – ตัวนี้ทุกคนรู้จักกันดีอยู่แล้ว Apple เป็นผู้ผลิต iPhone และ iPad ปัจจุบันครองตำแหน่งบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก หุ้น AAPL ให้ผลตอบแทนระยะยาวที่ชนะตลาดอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้กองทุนที่ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่ดีไปด้วย
ราคาหุ้น Apple เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนี S&P500
ที่มา: Tradingview.com วันที่ 13 กรกฎาคม ปี 2020
  • Microsoft 1.9% – บริษัท Software รายใหญ่ที่คนใช้งานกันจนชิน มีสินค้าที่เรารู้จักกันดีอย่าง Microsoft Office ปัจจุบัน Microsoft โดดเด่นในเรื่องธุรกิจ Cloud ซึ่งได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านของ Technology แบบ On-Premise ไปสู่ Technology Cloud ที่มีความคล่องตัวมากกว่า
  • Samsung 1.5% – พูดถึง Samsung หลายคนมักจะนึกถึง Smartphone แต่ในความเป็นจริง Samsung ทำรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีสูงเป็นหลักนะครับ อันนี้ได้ประโยชน์จากเทรนด์ Semiconductors และ 5G ที่กำลังจะมา

นอกจากหุ้นที่เราคุ้นเคยกันดีแล้วกองทุนยังเป็นเจ้าของ Lowes ร้านค้าปลีกของแต่งบ้านรายใหญ่ในสหรัฐฯ , Enbridge บริษัทรับขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของแคนาดา, Alphabet บริษัทแม่ของ Google และ Fedex บริษัทขนส่งสินค้าที่มีเครือข่ายทั่วโลก

เปรียบเทียบกลยุทธ์ที่กองทุนใช้กับกลยุทธ์การลงทุนแบบ Global Play อื่นๆ

เข้าใจนโยบายการลงทุนของ Master Fund ของ ABGDD และหุ้นที่บริษัทลงทุนแล้ว ทีนี้มาดูเรื่องการเปรียบเทียบกันบ้างว่า ระหว่างกลยุทธ์ของกองทุนถ้าเปรียบเทียบกับการลงทุนประเภทอื่นๆ ผลตอบแทนมีความแตกต่างกันอย่างไร?

  1. ในการเปรียบเทียบ Performance ดีที่สุดคือการเปรียบเทียบกับกลยุทธ์ของ Master Fund ของ ABGDD กับ กลยุทธ์อื่นๆที่เน้นปันผลและเป็น Global Play เช่น Global High Dividend Index ซึ่งให้ผลตอบแทนที่ 4.07% เทียบกับ กลยุทธ์ Master Fund ของ ABGDD ที่อยู่ที่ 6.02% ถือว่าทำผลตอบแทนได้มากกว่า
  2. ถ้ารับรวมผลตอบแทนตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2012 จนถึงปัจจุบัน ABGDD ให้ผลตอบแทนสูงถึง 137% เมื่อเทียบกับ Global High Dividend Index ที่ทำผลตอบแทนได้เพียง 91% (มีอัพเดท)
  3. กองทุนส่วนใหญ่ที่เป็นปันผลจะเน้นหุ้นทีเป็น Infrastructure แต่กอง Master Fund ของ ABGDD เน้น Technology, Finance, Healthcare ซึ่งกำลังเข้าสู่การเติบโต ทำให้ผลตอบแทนในช่วงปีที่ผ่านมาสามารถเอาชนะกองทุนปันผลแบบดั้งเดิมได้หลายกอง
  4. กองทุนปันผลในตลาดให้น้ำหนักสหรัฐฯและจีนน้อย แต่ Master Fund ของ ABGDD ให้น้ำหนักกับสหรัฐฯและจีน ซึ่งกำลังเติบโตดี
  5. Master Fund ของ ABGDD ยังเล็กมูลค่าแค่ 115 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 3,900 ล้านบาทเท่านั้น เพราะเป็นกองใหม่ที่เพิ่งแตกออกมาจากกอง Composite เดิมที่ให้ผลตอบแทนดี แต่กองใหญ่แล้ว ณ.ปัจจุบันกองกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วมี Inflow เข้าเฉลี่ยวันละ 1 ล้านเหรียญ หรือราวๆ 34 ล้านบาทครับ

ด้วยกลยุทธ์การลงทุนที่มีข้อมูลผลตอบแทนยืนยัน และการที่กอง ABGDD เป็นกองทุนที่มีแบบ Auto-Redemption ยิ่งสอดรับกันอย่างสมบูรณ์ เพราะการทำแบบนี้ทำให้ปันผลที่ได้รับจาก Master Fund พอมาถึง ABGDD สามารถจ่ายออกในรูปแบบ Auto-Redemption ทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ต้องจ่ายภาษี 10% จากการรับปันผล

ซื้อ ABGDD ตอนนี้ ควรคาดหวังอะไรบ้าง?

สถานการณ์ตลาดพันธบัตรและหุ้นกู้ในตอนนี้ค่อนข้างตึงตัว และมีผลตอบแทนที่ต่ำลงเรื่อยๆ การลงทุนใน ABGDD ตอนนี้คือคาดหวังผลตอบแทนที่สูงกว่าพันธบัตรและหุ้นกู้ ในขณะที่ควบคุมความเสี่ยงในระดับที่เหมาะสม

ยิ่งไปกว่านั้น ตราสารหนี้ในตลาดที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า 5% ตอนนี้มีเพียง 0.3% ของตลาด ทำให้การลงทุนยากขึ้น ในขณะที่ กอง Master Fund ของ ABGDD แค่ผลตอบแทนเป็นปันผลย้อนหลังก็ 5% แล้วยังไม่นับรวมส่วนต่างจากการเพิ่มขึ้นของราคาหน่วยลงทุน

ตลาดหุ้นที่ผ่านมาแม้จะต้องเจอกับการปรับฐานที่รุนแรง แต่ยังมีหุ้นที่ปันผลได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีปันผลมากมายอยู่ทั่วโลก มูลค่ากว่า 288,000 ล้านเหรียญ ปันผลน่ะมีแต่อยู่ที่ว่าจะหาเจอหรือไม่? การซื้อ ABGDD คือการซื้อโอกาสลงทุนใน Master Fund ซึ่งรับปันผลเหล่านั้น

การซื้อ ABGDD คือการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ลงทุนใน Master Fund ที่ได้ผลตอบแทนต่อเนื่อง จากการเติบโตและปันผล พร้อมกับได้ลุ้นผลตอบแทนจากปันผลพิเศษไปพร้อมๆกัน

ซื้อกองทุน ABGDD ควรคาดหวังอะไรบ้าง?

สรุปแล้วกองทุน ABDGDD เหมาะกับใคร?

  • นักลงทุนที่อยากได้เสถียรภาพของการปันผล แต่ก็อยากลุ้นการเติบโตในเทรนด์การลงทุนใหม่ๆที่น่าสนใจเช่น Technology
  • เน้นลงทุนใน Master Fund ที่ลงทุนในหุ้นกลุ่ม Technology, Finance และ Healthcare ซึ่งกำลังเติบโต
  • ต้องการลงทุนในกองทุนที่มีแนวโน้มทำผลตอบแทนได้มากกว่าการลงทุนแบบ Passive ได้อย่างมีนัยยะ
  • ลงทุนในกลยุทธ์ที่ผ่านการทดสอบแล้วว่าผ่านวิกฤตได้ และยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง
  • รับความเสี่ยงจากความผันผวนของการลงทุนแบบ Active ได้
  • ต้องการบริหารจัดการภาษี เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนสุทธิสูงสุด
  • ต้องการกองทุนหลากหลาย Class เพื่อสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน เช่น แบบ Auto-Redemption, แบบ Accumulate และมีแบบ SSF สำหรับสายลดหย่อนภาษี

โดยภาพรวมผมถือว่า ABGDD เป็นกองทุนที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วย Concept การทำพอร์ตของกอง Master Fund ที่ผสมผสานกลยุทธ์แบบเดิม แล้วมาเพิ่มเติมตรงการหาปันผลพิเศษเข้าไป กองทุนแบบนี้หาได้ไม่ง่าย ที่สำคัญคือข้อมูลผลตอบแทนย้อนหลังของ Master Fund ถือว่าทำได้ดีอย่างสม่ำเสมอเลยทีเดียว

ตัวกองทุนเองมี Feature ที่น่าสนใจอย่าง Auto Redemption ให้บริการ ทำให้ประหยัดภาษีได้อีก สำหรับนักลงทุนที่พอร์ตใหญ่ๆประหยัดภาษี 10% นี่เป็นเงินไม่น้อยนะครับ ได้ทริปเที่ยวต่างประเทศหรือบางทีได้รถเป็นคันๆ ใครเป็นสายผลตอบแทนแบบมีเสถียรภาพสูงๆ ถือว่ากองทุนนี้ตอบโจทย์มากๆและเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจลำดับต้นๆในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนอย่างในสถานการณ์ปัจจุบันครับ

สำหรับใครที่สนใจลงทุน Aberdeen Standard Global Dynamic Dividend (ABGDD) กองทุนกำลังจะ IPO ระหว่างวันที่ 13 ถึง 23 กันยายน 2564 นี้ สามารถติดต่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงก์ ได้เลยนะครับ
https://bit.ly/aberdeenBuffettcode

หรือติดต่อ แผนกลูกค้าสัมพันธ์ : +66-2352-3388
Email: client.services.th@aberdeenstandard.com

คำเตือน

  • ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
  • การลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งอาจทำให้ได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรก
  • ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม