รีวิวเจาะลึก IPO ttb smart port IPO ไปแล้ว 9,900 ล้าน พอร์ตลงทุนเพื่อสาย DCA เน้น ๆ วิเคราะห์หลักการลงทุนของ ttb smart port

ttb smart port

IPO ttb smart port ครั้งนี้มีอะไรดี?

ในบทความนี้ผมจะวิเคราะห์จุดเด่น และความแตกต่างของ IPO ในครั้งนี้ ttb smart port เริ่มต้นลงทุนแค่ 1 บาท แถมไม่มีค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายถ้าถือมากกว่า 1 ปี เงื่อนไขแบบนี้เป็นระดับ Super Deal ครับ

นี่เป็นการรีวิวความเคลื่อนไหวครั้งแรกของ ttb smart port หลังการรวมกิจการระหว่างทีเอ็มบีกับธนาคารธนชาต ผลก็คือ TMB Smart Port ปรับเปลี่ยนมาเป็น ttb smart port นอกจากชื่อที่เปลี่ยนไปมีอะไรบ้างที่เปลี่ยนแปลง แล้วมีปัจจัยอะไรบ้างที่ดีขึ้น? มาวิเคราะห์กันไปทีละประเด็น

สำหรับใครที่ไม่มีเวลา สามารถอ่านสรุปไว ๆ ในตอนต้นได้ แต่ถ้าใครมีแนวโน้มว่าจะใช้บริการ ttb smart port  หรือเป็นลูกค้าเดิมของ TMB Smart Port ผมแนะนำให้อ่านจนจบจะดีกว่านะครับ มีอะไรน่าสนใจเยอะพอสมควรเลย

ttb smart port น่าสนใจยังไง

ttb smart port น่าสนใจไหม? ต่างกับ TMB Smart Port ตัวเดิมยังไงบ้าง?

– สำคัญสุดคือตอนนี้ IPO ttb smart port ได้ยอดผู้สนใจลงทุนช่วง IPO ไปแล้ว 9,900 ล้านบาท ใน 1 สัปดาห์ ซึ่งยอดระดับนี้ คือ All Time High ของการ IPO กองทุนรวมต่างประเทศ ของ ttb เลยนะครับ

– เปลี่ยนขั้นต่ำจาก 10,000 บาท เหลือแค่ 1 บาท อันนี้สุดมากครับ ไม่อยากเชื่อว่าวันนึงจะมีพอร์ตการลงทุนที่มีทีมดูแลพอร์ตให้ด้วยเงินลงทุนแค่ 1 บาท แต่ก็เกิดขึ้นแล้ว เท่าที่รู้คือเหมือนทีมงานเอาข้อจำกัดของ TMB Smart Port เดิมมาปรับปรุงแก้ไขครับ

– มีจุดเด่นเพิ่มเติมคือในมุมการ DCA ครับ  ถ้าทำอย่างต่อเนื่องโอกาสได้ผลตอบแทนสูงกว่าค่าเฉลี่ยจะมีสูงมาก (ซึ่งเดี๋ยวผมจะมีตัวอย่างให้ดูด้วยครับ)

– แต่ในความเป็นจริง อาจจะมีหลายคนที่ได้ผลตอบแทนสูงกว่าเป้าครับ ขึ้นอยู่กับจังหวะในการลงทุนของแต่ละคนและสภาวะตลาด ต่ำกว่าเป้าก็มีเช่นกันแต่โอกาสค่อนข้างน้อยมาก

– โมเดลแบ่งเป็น 5 แบบเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนชื่อใหม่ และยังคงเลือกตามความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้และครอบคลุมการลงทุนทุกรูปแบบเช่นเคย

– ด้วยทั้งหมดทั้งปวงที่กล่าวไป เลยทำให้ใครเป็นสาย DCA ต้องอ่านเลยนะครับ เพราะ ttb smart port ตัวใหม่นี้ทาง ttb เขาเน้นเรื่อง DCA มาก ๆ เลย 

– ผู้จัดการกองทุนคือ ร่วมกันระหว่าง Amundi บลจ.อันดับหนึ่งของยุโรป* ระดับโลกมาก ๆ ครับ และเสริมความแข็งแกร่งของตลาดในประเทศกับ Thanachart Fund Eastpring บลจ.สัญชาติไทยที่เค้ามีประสบการณ์ด้านการลงทุนไทยกว่า 25 ปีเลยครับ

– ลงทุนตรงไปต่างประเทศนะครับ ไม่มีการผ่านกองในไทย ทำให้มี Universe ในการเลือกกองทุนกว่า 27,000 กอง ! -เรื่องการปรับโมเดล เมื่อก่อนไตรมาสละครั้ง ตอนนี้ปลดล็อกข้อจำกัดแล้วครับ ปรับได้ตามความเหมาะสมเลย

– สุดท้ายสำคัญที่สุดคือ เมื่อก่อนถ้า TMB Smart Port อยู่ในช่วงปรับพอร์ตจะขายไม่ได้ครับ (อันนี้ผมโดนกับตัวเพราะดันไปลองขายดู ตอนช่วงปรับพอร์ตพอดีปรากฏว่าต้องรอครับ) ตอนนี้ปรับเป็นไม่ว่าจะตอนไหนก็ปรับสัดส่วนการลงทุนได้แล้วครับ โดยอิงกับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน เรียกได้ว่าในมุมของการปรับพอร์ตเหมือนถือกองทุนปกติเลย

*ที่มา:  Amundi Website ข้อมูล ณ มิ.ย. อ้างอิงจากข้อมูลสินทรัพย์ภายใต้การจัดการเดือน ธ.ค. 62

นโยบายการลงทุนมีกี่แบบ

วิเคราะห์ผลตอบแทนของ ttb smart port ทั้ง 5 โมเดล 

เกริ่นก่อนนะครับสำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้จัก ttb smart port มาก่อน คือ ttb smart port คือพอร์ตที่ถูกออกแบบมาโดยมี 5 โมเดลเพื่อให้เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละแบบครับ

เพราะนักลงทุนแต่ละคนต้องการผลตอบแทนและรับความเสี่ยงได้ไม่เท่ากัน จึงไม่ควรลงทุนเหมือนกันครับ ดังนั้นสำหรับ ttb smart port ต้องเลือกที่เหมาะสมกับตนเองนะครับ

ttb smart port ตอนนี้มีทั้งหมด 5 โมเดลด้วยกัน

1. ttb smart port 1 preserver (tsp1-preserver)

โมเดลนี้ไม่เน้นสร้างผลตอบแทนเยอะๆนะครับแต่เน้นปกป้องเงินต้นจากการรับความเสี่ยงที่ต่ำกว่า แต่ยังได้ผลตอบแทนเพิ่มเติมช้าๆ อย่างต่อเนื่องครับ พอร์ตนี้ลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 80%

ปัจจุบันโมเดลมีการลงทุนดังนี้

  • ตราสารหนี้ในประเทศ 80%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ   20%

2. ttb smart port 2 nurturer (tsp2-nurturer)

นิยามของโมเดลนี้คือการสร้างผลตอบแทนแบบค่อยๆ บำรุงไปเรื่อยๆ ครับ คล้ายๆ กับการปลูกต้นไม้แล้วรอให้มันค่อยๆโต นโยบายลงทุนของพอร์ต คือลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 40%

ปัจจุบันโมเดลมีการลงทุนดังนี้

  • ตราสารหนี้ในประเทศ 40%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 40%
  • ตราสารทุนในประเทศ 10%
  • ตราสารทุนต่างประเทศ 10%

3. ttb smart port 3 balancer (tsp3-balancer)

Concept ของโมเดลนี้คือการสร้างสมดุลให้กิจกรรมหลัก 2 อย่างที่นักลงทุนต้องทำ 1. คือการรักษาเงินต้น 2. คือการสร้างผลตอบแทน เรียกได้ว่าเป็น Concept ทางสายกลางที่แท้ทรู มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนไม่เกิน 80%

ปัจจุบันโมเดลมีการลงทุนดังนี้

  • ตราสารหนี้ในประเทศ 20%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 30%
  • ตราสารทุนในประเทศ 20%
  • ตราสารทุนต่างประเทศ 30%

รวมกันเป็น ตราสารหนี้ 50% และตราสารทุน 50% ครับ (บอกแล้วว่าทางสายกลาง)

4. ttb smart port 4 (tsp4-explorer)

พอร์ตสำหรับนักค้นหาผลตอบแทน ขออนุญาตให้ชื่อแบบนี้ครับ เพราะพอร์ตนี้เป็นมากกว่าทางสายกลาง นั่นหมายความว่าคนที่เลือกคงต้องเป็นคนที่ชัดเจนแล้วว่าต้องการผลตอบแทนเน้น ๆ

แต่พอร์ตที่เน้นผลตอบแทนส่วนใหญ่มักจะเหวี่ยงกว่าค่าเฉลี่ยดังนั้นคนที่จะลงพอร์ตนี้ได้คือคนที่รับความเสี่ยงได้นะครับ

พอร์ตนี้ลงทุนในตราสารทุนได้ตั้งแต่ 0-100% เลยหมายความว่าจะถือตราสารหนี้หมดเลยก็ได้ ตราสารทุนทั้งหมดก็ได้ ข้อจำกัดน้อยมากๆแบบนี้วัดฝีมือผู้จัดการกองทุนเพียวๆ เลยครับ

ปัจจุบันโมเดลมีการลงทุนดังนี้

  • ตราสารหนี้ในประเทศ 10%
  • ตราสารหนี้ต่างประเทศ 20%
  • ตราสารทุนในประเทศ 25%
  • ตราสารทุนต่างประเทศ 45%

นับว่าถูกจังหวะเพราะตลาดเพิ่งเป็นขาขึ้นมาครับ 

5. ttb smart port 5 (tsp5-gogetter)

โมเดลนี้คือตัวที่มุ่งหวังผลตอบแทนมากที่สุดในจำนวน 5 โมเดล ชื่อภาษาไทยผมว่าน่าจะประมาณ “ไปให้สุด แล้วหยุดที่ผลตอบแทน”  คือเน้นผลตอบแทนเป็นปัจจัยหลัก ซึ่งผลที่ออกมาก็น่าประทับใจครับ

ปัจจุบันโมเดลมีการลงทุนดังนี้

  • ตราสารทุนในประเทศ 30%
  • ตราสารทุนต่างประเทศ 70%

เบื้องหลังผลตอบแทนที่สูงมากจากการถือพอร์ตลงทุนในหุ้น 100% นั่นเองครับ โดยที่ตัวนโยบายการลงทุนคือลงทุนในตราสารทุนไม่น้อยกว่า 80% ไม่ว่าในช่วงระยะเวลาใด

ดังนั้นโมเดลนี้จะต้องผ่านการปรับฐานหรือวิกฤตตลาดหุ้นแน่ๆ ซักวัน นักลงทุนที่ลงในโมเดลนี้ต้องเตรียมใจรับความผันผวนนะครับ เพื่อแลกกับผลตอบแทนที่สูง

ttb smart port เหมาะกับใคร

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่า แล้วมีตั้ง 5 โมเดลเนี่ย โมเดลไหนกันแน่ที่เหมาะกับเรา? ผมขอสรุปให้ตามวัตถุประสงค์แบบนี้ครับ

1. ถ้าเพื่อน ๆ เป็นคนที่ลงทุนเพราะต้องการจะพักเงินเพื่อรอเอาไปทำอย่างอื่นต่อและไม่ได้คาดหวังผลตอบแทนมากมายอะไร รับความเสี่ยงได้น้อยหน่อย ผมคิดว่าแผนที่เหมาะที่สุดคือ preserver ครับ ไม่ว่าคุณจะรับความเสี่ยงได้ระดับไหน preserver จะมีประโยชน์กับเพื่อน ๆ แน่นอน ถ้าณ.วันนี้วัตถุประสงค์ของคุณคือปกป้องเงินต้น

2. แต่ถ้าเพื่อน ๆ สนใจ ttb smart port เพราะกำลังมองหา Solution ในการเอาชนะเงินเฟ้อระยะยาว nurturer คือพอร์ตที่เพื่อน ๆ ควรพิจารณาครับ ในมุมของการรับความเสี่ยงพอร์ตนี้ยังจัดอยู่ในพอร์ตเสี่ยงต่ำ เพราะมีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ไม่น้อยกว่า 60% แต่ผลตอบแทนที่ได้ มีโอกาสมากกว่า preserver อย่างมีนัยยะครับ

3. แล้วถ้าเป็นคนที่ต้องการเก็บออมล่ะ ไปที่ balancer เลยครับ พอร์ตนี้ Limit การลงทุนในหุ้นไว้ที่ 80% แต่ปัจจุบันลงทุนในตราสารหนี้ และหุ้น อย่างละ 50:50 ตาม Concept พอร์ต ผลตอบแทน 6.50% ผนวกกับการ DCA น่าจะทำให้พอร์ตของเพื่อน ๆ โตได้ในขณะที่ไม่ต้องรับความเสี่ยงมากไปครับ

4. สุดท้าย ถ้าอ่านบทความนี้เพราะต้องการสร้างผลตอบแทนแบบเน้น ๆ ละก็​ ขอแนะนำ Explorer กับ gogetter เลยครับ ถือเป็นพอร์ตเสี่ยงสูงทั้งคู่ มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงตาม Key ความแตกต่างของ 2 พอร์ตนี้น่าจะเป็นเรื่องความผันผวนครับ ถ้าไม่อยากรับความผันผวนสูงมากไป explorer แต่ถ้ารับได้และพร้อมจะวัดใจ gogetter เลยครับ

DCA ttb smart port 10 ปีมีเงินเท่าไหร่

และเนื่องจาก ttb smart port เน้นเรื่องการ DCA มากๆ ผมเลยลองทำแบบจำลองการ DCA ขึ้นมาครับ โดยใช้สมมติฐานดังต่อไปนี้ (จากการอ้างอิงผลตอบแทนของ ttb smart port เดิมนะครับ)

เงินลงทุนครั้งแรก 80,000 บาท
เงินลงทุน DCA เพิ่มต่อเดือน 10,000 บาท

ลงทุนพอร์ต Nurturer (tsp Model-2) ที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง 5.88% และ GoGetter (tsp Model-5) ที่มีผลตอบแทนย้อนหลัง 21.75% ลงทุนเป็นระยะเวลา 10 ปีจะได้อะไรกลับมาบ้าง?

Nurturer จะได้เงิน 197,905 บาทในปีแรกครับ และโตเป็น 1,746,414 บาทในปีที่ 10 เราใส่เงินต้นไป 1,270,000 บาท กำไร 476,414 บาท

GoGetter เนื่องจากผลตอบแทนสูงกว่า ปีแรกได้เงิน 243,288 บาท และโตเป็น 4,428,796 บาทใน 10 ปี

ด้วยเงินต้นเท่ากันที่ 1,270,000 บาท จะได้กำไรที่ 3,015,669 บาท เยอะมากนะครับ สำหรับกลยุทธ์ DCA และการลงทุน 10 ปี

โดยในช่วงเวลานี้ถ้าเราเอาเงินจำนวนเดียวกันไปฝากธนาคารได้ดอกเบี้ย 0.5% แทน 10 ปีผ่านไปได้ดอกเบี้ยมา 34,265 บาท ซึ่งถ้าเป็นคนที่มีเงินเยอะอยู่แล้วก็คงไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าเป็นคนที่ยังต้องสร้างความมั่งคั่งการลงทุนเป็นทางเลือกหนึ่งที่สมควรพิจารณาอย่างยิ่งครับ

อย่างไรก็ตามผลตอบแทนในแบบจำลองที่ผมทำขึ้นมานี้เป็นเพียง “ผลตอบแทนในอดีต” นะครับ อนาคตย่อมมีโอกาสไม่เป็นไปตามข้อมูลในอดีต ดคำถามคือแล้วเราจะหวังกับ ttb smart port ได้ไหม? มาดูข้อมูลกันต่อครับ

วิกฤต COVID-19 ช่วงปี 2563 ttb smart port บริการเดิมเป็นยังไงบ้าง

ในโลกของการลงทุน ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า Perfect ครับ ผลตอบแทนย่อมต้องแลกมาด้วยความเสี่ยง และอัตราการเต้นของหัวใจที่สูงขึ้นตอนหุ้นผันผวน

และเหตุการณ์หุ้นผันผวนที่เสี่ยงสุด ๆ เพิ่งผ่านไปคือวิกฤต COVID-19 นี่เอง วิกฤตนี้ได้ขื่อว่าหนักกว่าต้มยำกุ้ง รุนแรงกว่าแฮมเบอร์เกอร์ ผมเลยอยากรู้ว่า ณ.ตอนนั้น ttb smart port รูปแบบเดิมตอบรับกับตลาดเป็นอย่างไรบ้าง?

ผลที่ออกมาทำให้มีหวังมากขึ้นครับ เพราะถ้าดูจากในกราฟจะเห็นว่าผลตอบแทนของ ttb smart port ทุกโมเดลถูกกระทบอย่างหนักในช่วงต้นปี 2563 แต่ถ้าเรายังคงวินัยและ DCA อย่างต่อเนื่องทุกเดือนจะเห็นว่าผลตอบแทนค่อย ๆ ดีขึ้น และจากที่เคยเป็นลบ สุดท้ายกลับกลายเป็นบวกได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปีครับ

โดยแต่ละพอร์ตมีผลตอบแทนและติดลบมากสุดประมาณนี้ครับ

  • Preserver ติดลบมากสุด -1.72% ปิดสิ้นปีกลับมา +1.08%
  • Nurturer ติดลบมากสุด -6.96% ปิดสินปีกลับมา +2.76%
  • Balancer ติดลบมากสุด -13.53% ปิดสินปีกลับมา +3.07%
  • Explorer ติดลบมากสุด -17.91% ปิดสินปีกลับมา +3.91%
  • GoGetter ติดลบมากสุด -24.09% ปิดสินปีกลับมา +5.01%

สุดท้ายทุกพอร์ตกลับมาเป็นบวกหมดครับ ถือว่าใช้ได้เลยกับวิกฤตที่หนักที่สุดในรอบ 20-30 ปีที่ผ่านมา

ตัวผมเอง -80% ก็เคยโดนมาแล้วครับจากการเล่นหุ้นเอง ติดลบระดับ 20% ผมยังเชื่อว่าไม่ทำให้เครียดจนเกินไปจนกินไม่ได้นอนไม่หลับครับ ถ้าสุดท้ายเรารู้ว่าผลตอบแทนจะกลับมาในเวลาไม่ถึง 1 ปี 🙂

สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุน

ถ้าเพื่อนๆอ่านมาถึงจุดนี้แล้ว ผมเชื่อว่าหลายคนคงเริ่มสนใจ ttb smart port แล้ว … อย่างไรก็ตาม อยากให้อ่านข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจนะครับ มี 2 ประเด็นที่ผมคิดว่าต้องรู้ คือเรื่องค่าธรรมเนียม และการบริหารพอร์ตของ ttb smart port ครับ

ประเด็นเรื่องค่าธรรมเนียม

ttb smart port ไม่เก็บ ค่าธรรมเนียมซื้อ-ขาย กองทุนที่ไปลงในต่างประเทศก็ไม่เก็บ

ค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายเช่นกัน จึงทำให้ ttb smart port เป็นพอร์ตการลงทุนที่เน้น ผลตอบแทนระยะยาวอย่างแท้จริง

ในกรณี ลงทุนใน ttb smart port ไม่ถึง 1 ปีและขาย จะถูกเก็บค่าธรรมเนียม การขาย 1% ค่าธรรมเนียมที่เก็บได้จะถูกคิดเป็นรายได้ของกองทุน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ กับนักลงทุนที่ถือลงทุนใน ttb smart port ระยะยาว (ยกเว้นถึงวันที่ 30 กันยายน 2564)

ttb smart port มีการ เก็บค่าธรรมเนียมการจัดการรายปีแบบเดียวกันกับที่กองทุน ทั่ว ๆ ไป เก็บตามมาตรฐานของตลาด

ประเด็นเรื่องการบริหารพอร์ต

ttb smart port ลงทุนกองทุนต่างประเทศได้โดยตรงโดยไม่ผ่านกองทุนในประเทศไทย ทำให้ไม่โดนเก็บค่าธรรมเนียม และมีตัวเลือกการลงทุนที่มากกว่า

การปรับพอร์ตสามารถทำได้ตลอดเวลา ไม่มีข้อจำกัด และไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายในการปรับพอร์ต

นักลงทุนสามารถ ซื้อ-ขาย ttb smart port ได้ทุกวันทำการ แม้อยู่ในช่วงปรับพอร์ต จะได้รับเงินค่าขายคืนภายใน T+5

ttb smart port บริหารโดยผู้จัดการกองทุนรวมระดับท็อปคือ Amundi บลจ.อันดับหนึ่งของยุโรป และเสริมทัพข้อมูลการลงทุนในประเทศกับ Thanachart Fund Eastpring บลจ.สัญชาติไทยที่เค้ามีประสบการณ์ด้านการลงทุนไทยยาวนานกว่า 25 ปี

ความเสี่ยงของ ttb smart port

และสิ่งที่แน่นอนคือการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอครับ สำหรับตัว ttb smart port ผมคิดว่ามีความเสี่ยงสามข้อที่นักลงทุนต้องรู้

1. แม้ ttb smart port จะมีพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ แต่ความเสี่ยงในเชิงความผันผวนของตลาด และ Timing ของการลงทุนยังไม่ได้หายไปไหน โดยเฉพาะถ้าลงทุนในพอร์ตที่มีความเสี่ยงสูงเช่น tsp-explorer และ tsp-gogetter ซึ่งผมคิดว่าเหมาะสมกับการลงทุนและ DCA ระยะยาวเป็นอย่างยิ่ง

2. ความเสี่ยงสำคัญอีกจุดหนึ่งคือ แม้ ttb smart port จะสามารถขายได้ตลอด ค่าธรรมเนียมซื้อ-ขายก็ถูกยกเว้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าควรจะเอามาเทรดซื้อ ๆ ขาย ๆ แบบหุ้น เพราะไม่มีกลยุทธ์การลงทุนใดจะทำผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะสั้นระดับวันหรือระดับสัปดาห์ การเข้า ๆ ออก ๆ จะทำให้นักลงทุนมีความเสี่ยงขาดทุนจากความผันผวนระยะสั้นได้

3. ก่อนเข้าลงทุนควรศึกษาข้อมูลของ ttb smart port อีกครั้ง แม้ผมจะพยายามเขียนสรุปประเด็นที่สำคัญมาแล้ว แต่ส่วนตัวเชื่อว่าสถานการณ์การลงทุนและมูลค่าเงินต้นของนักลงทุนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นวิธีการที่ดีและเหมาะสมกับตัวผม อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน

สุดท้ายการรู้และเข้าใจความต้องการด้านการลงทุนของตัวเราเองเป็นสิ่งที่สำคัญไม่แพ้การเลือกเครื่องมือดี ๆ มีประสิทธิภาพ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของเราครับ

ส่วนตัวคิดว่า ttb smart port ถือเป็นพอร์ตการลงทุนที่เปิดกว้าง และให้บริการนักลงทุนได้ตั้งแต่มือใหม่ที่อาจจะมีเงินไม่มาก ไปจนถึงนักลงทุนที่มีประสบการณ์มาก ๆ ได้เลย สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือการที่ ttb smart port เริ่มต้นซื้อขายที่ 1 บาท รวมไปถึงการไม่เก็บค่าธรรมเนียมซื้อ-ขาย-โอนย้าย เพราะทำให้นักลงทุนไม่ต้องคิดมากกับค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายไปก่อนโดยไม่ยังเห็น Performance

การ Upgrade TMB Smart Port มาเป็น ttb smart port ในรอบนี้มีการพัฒนาในหลายมุมด้วยกัน ทั้งเรื่องการเอา Asset Management ระดับโลกอย่าง บมจ. Amundi มาช่วยบริหารพอร์ต รวมไปถึงการปรับพอร์ตที่มีแนวโน้มเกาะติดกับสภาวะตลาดมากขึ้น

โมเดลทั้ง 5 พอร์ตของ ttb smart port เพียงพอสำหรับนักลงทุนส่วนใหญ่ของตลาดพอสมควร การกระจายการลงทุนของแต่ละพอร์ตจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการเป็นตัวช่วยนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุนอีกแรง

ถ้าใครจำได้ผมเคยบอกว่าผมใช้ Smart Port เป็นตัวช่วยบริหารเงินสดในช่วงที่ผมปรับพอร์ตหุ้นของตัวเอง ซึ่งผมจะทำแบบนี้ไม่ได้เลยถ้าต้องจ่ายค่าธรรมเนียมที่สูงในตอนแรก

นอกจากนั้น ttb smart port ยังถือเป็นตัวเลือกต้น ๆ ของผมในการลงทุนต่างประเทศที่ผมมักจะแนะนำให้คนรู้จักที่ไม่ได้มีเวลา หรือประสบการณ์ในการลงทุนแบบตัวผมเอง โดยเฉพาะการเอา DCA มาใช้เป็นกลยุทธ์ในการลงทุน ข้อดีของการ DCA คือแทบไม่ต้องจับจังหวะตลาดเลย ซื้อเฉลี่ยไปเรื่อย ๆ

ก็ทำให้ผลตอบแทนดีได้ และถ้าทำในระยะยาวเงินที่ได้เพิ่มมาคุ้มค่ามาก ๆ กับความพยายามที่ลงไปครับ

ลงทุนที่ไหนบ้าง?

อย่าลืมศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกันด้วยนะครับ อันนี้สำคัญมาก ๆ จริง ๆ ผมชี้เป้าแหล่งข้อมูลให้แล้วด้านล่างครับ

  • เว็บไซต์ ttb smart port www.ttbbank.com/mftspbuffet
  • โทรถามได้ที่เบอร์ 1428 กด #4
  • หรือจะเดินเข้าไปสอบถามที่ทีทีบีได้ทุกสาขาเลยครับ
  • ถ้าอยากลงทุนแต่ไม่อยากออกจากบ้านก็ซื้อได้ผ่านแอป ttb touch ได้เลยครับ

ขอให้โชคดีลงทุนมีกำไรตามเป้าหมายกันทุกคนครับผม

หมายเหตุ -ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยง ก่อนตัดสินใจลงทุน -กองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงอาจทำให้มีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน -การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ถือหน่วยลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนมากกว่าหรือน้องกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้

ชอบสรุปข้อมูลอ่านง่ายแบบนี้ ไม่พลาดข้อมูลดีๆ อย่าลืมกด Like Page Facebook Buffettcode แอด LINE OFFICIAL @BUFFETTCODE กันไว้นะครับ