เจาะลึกหุ้น KEX หุ้น IPO ผู้นำเทคโนโลยีจัดส่งพัสดุด่วน ยุค Social Commerce

หุ้น KEX

เชื่อไหมว่าที่ที่ผมซื้อของมากที่สุดในปีนี้ ไม่ใช่ห้างสรรพสินค้า ไม่ใช่แถวออฟฟิศ แต่เป็นที่บ้าน!

หนึ่งในเทรนด์ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วคือ Social Commerce เทรนด์ที่คนซื้อของออนไลน์จากบ้านนั่นเอง

และบริษัทที่ได้รับผลประโยชน์มากที่สุดกลุ่มหนึ่งก็คือบริษัทจัดส่งพัสดุ ครั้งนี้ผมต้องถือว่าผมดีใจมากที่ได้มารีวิวหุ้นของบริษัทที่ผมรักและใช้บริการเป็นประจำ (อย่างน้อยต้องมีอาทิตย์ละ 2-3 ครั้งนะ บ่อยกว่าเดินห้าง)

บริษัทที่ว่าคือ Kerry Express! ที่วันนี้กำลังจะเข้าตลาดหุ้นภายใต้ชื่อหุ้น KEX กำลังจะมาให้แฟนคลับอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ได้จองซื้อเป็นเจ้าของกัน

ใบ้ให้นิดนึงว่าตอนนี้บริษัทฯ ถือว่าเป็นผู้ “จัดส่งพัสดุด่วน” ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นในมุมของจำนวนพนักงานส่งของ, จำนวนพัสดุที่ส่งต่อวัน รวมไปถึงรายได้ด้วย ไม่น่าเชื่อว่าบริษัทเปิดทำธุรกิจในไทยไม่กี่ปีจะมีรายได้เกือบ 2 หมื่นล้าน จัดส่งพัสดุเฉลี่ยวันทำการละไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านชิ้น !

รายละเอียดเป็นอย่างไร? เชิญเข้าไปศึกษากันได้เลยครับ

หุ้น KEX น่าสนใจยังไง?
หุ้น KEX น่าสนใจยังไง?

หุ้น KEX น่าสนใจยังไง

โดยรวมเท่าที่ผมอ่านข้อมูลมา คิดว่าจุดเด่นของหุ้น KEX มีอยู่ 5 ข้อครับ

  1. ชัด ๆ เลยคือเป็นผู้นำบริการจัดส่งพัสดุด่วน ด่วนที่ว่าคือด่วนมาก ขนาดส่งเช้าได้เย็นมันแบบนั้นเลยครับ ถ้าเราซื้อลงทุนในหุ้น KEX นั่นหมายความว่าเราจะได้หุ้นที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรมจัดส่งพัสดุที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
  2. รายได้และกำไรของ KEX นั้นเติบโตค่อนข้างสูงมาก ๆ ครับ อย่างรายได้ปี 2562 เนี่ยโตมาจาก 2561 ถึง 45.8% เลยทีเดียว 
  3. หุ้นประเภทแบบ Kerry Express เนี่ยจุดเด่นของเขาคือการใช้ Big Data เลยครับ เพราะข้อมูลที่บริษัทฯ มีเยอะมากจริง ๆ น่าจะเอามาทำอะไรได้ในอนาคตอีกเยอะ
  4. ขอบอกว่า Kerry Express เนี่ยเขาเป็นบริการระดับพรีเมียมนะครับ แต่เอาจริง ๆ ผมเองก็สัมผัสได้นะ ใช้บริการเขาบ่อย นอกจากจะส่งเร็วแล้ว คนส่งไม่เคยงอแง ส่งตรงตามเวลา พัสดุที่มาก็อยู่ในสภาพดีไม่เคยเจอเสียหายครับ
  5. ข้อสุดท้ายไม่เชิงน่าสนใจในมุมธุรกิจ แต่น่าสนใจในเชิงสังคมเพราะการมีธุรกิจแบบ Kerry Express อยู่นั่นเท่ากับเป็นการจ้างงานมหาศาล สร้างอาชีพให้คนไทย พอคนมีงานทำ มีเงินใช้ สังคมมันก็ดีขึ้นครับ

5 ข้อหลักๆ นี้เป็นสิ่งที่ผมว่าน่าสนใจ ส่วนรายละเอียดในเชิงการลงทุนเป็นยังไง เดี๋ยวเรามาไล่ดูกันทีละประเด็นเลย!

ธุรกิจขนส่งด่วนยุค Social Commerce
ธุรกิจขนส่งด่วนยุค Social Commerce

ธุรกิจขนส่งด่วนยุค Social Commerce

ขอเริ่มด้วยการเล่าเรื่องธุรกิจของ KEX คร่าว ๆ ก่อน บริษัทฯทำธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนครบวงจร คือทำตั้งแต่ บุคคลส่งถึงบุคคล , ธุรกิจส่งถึงบุคคล และธุรกิจส่งถึงธุรกิจด้วยกันเอง โดย KEX มีรายได้ส่วนใหญ่อยู่ในหมวด บุคคลส่งถึงบุคคล กับธุรกิจส่งถึงบุคคลมากที่สุด รวมกันเป็นสัดส่วน 98.2% ถือว่ารายย่อยและร้านค้า E-Commerce และ Social commerce ต่าง ๆ เป็นลูกค้าและคู่ค้าที่สำคัญมาก ๆ สำหรับ KEX

ตัวธุรกิจเองมีจำนวนสาขาครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย มีศูนย์คัดแยกพัสดุขนาดใหญ่ 9 แห่ง ศูนย์กระจายพัสดุเล็ก ๆ อีกกว่า 1,200 แห่ง จุดให้บริการกว่า 15,000 แห่ง รถส่งพัสดุอีกกว่า 25,000 คัน น่าจะเรียกได้ว่าเยอะที่สุดในประเทศไทยที่หนึ่งเลย

ผมเคยไปเที่ยวเกาะช้าง พักรีสอร์ทแบบไกลมาก ๆ ยังเห็นรถของ KEX ไปส่งของครับ เชื่อแล้วว่าเข้าถึงทุกที่จริง ๆ  

ที่สำคัญ KEX ยังเป็นเอกชนรายแรกที่กล้าให้บริการ Payment-On- Delivery หรือเก็บเงินปลายทาง และก็ทำได้ประสบความสำเร็จดีด้วย (ดูจากลูกค้ารายใหญ่ของระบบนี้คือพ่อผมเองครับ 555)

จุดแข็งของธุรกิจ KEX
จุดแข็งของธุรกิจ KEX

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับว่า วัน ๆ นึงเนี่ย KEX ส่งพัสดุเฉลี่ยกว่า 1.2 ล้านชิ้นต่อวันทำการ บริษัทฯ ทำได้ยังไง? 

อันนี้ต้องยกความดีให้กับโมเดลการส่งของแบบ Hub-and-Spoke (โมเดลเดียวกันกับที่สายการบินใช้กัน) คือการส่งของไปรวมไว้ที่ Hub กลางและกระจายต่อครับ ถ้าวอลุ่มถึงระดับนึงจะทำให้กำไรกระโดดขึ้นมาก ในทางกลับกันถ้าวอลุ่มน้อยก็เสี่ยงขาดทุนได้

ดังนั้นสิ่งที่ KEX ให้ความสำคัญมากๆ คือการเอาเทคโนโลยีมาช่วยซัพพอร์ตระบบการทำงานเพื่อประสิทธิภาพที่สูงที่สุด และนำ Big Data มาวิเคราะห์แบบ Real-Time

นอกจากจะทำให้มั่นใจได้ว่าพัสดุส่งถึงที่หมายตรงตามเวลาแล้ว ยังช่วยควบคุมต้นทุนไม่ให้บวมได้ด้วย 

ส่งพัสดุเฉลี่ยวันทำการละ 1.2 ล้านชิ้นไม่ง่ายนะครับ ถ้าใช้คนนี่เหนื่อยหนักแน่นอน

ด้วยจุดแข็งตามที่บอกมาทำให้อัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) ในแง่จำนวนพัสดุที่จัดส่งทั้งหมดของ KEX ตั้งแต่ปี 2557-2562 สูงถึง 134.9% ต่อปี 

ตัวเลขนี้ทำกันไม่ได้ง่ายๆถ้าไม่มีทีมงานมืออาชีพที่ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี และที่สำคัญเป็นคนไทยเกือบหมดดังนั้นเวลาทำงานก็จะเข้าใจ และลงลึกในแต่ละพื้นที่ได้เป็นอย่างดีครับ

รายได้ของ KEX เติบโตสูง
รายได้ของ KEX เติบโตสูง

ในมุมของการเงินก็ต้องบอกว่า KEX ทำได้ดีมากอยู่แล้วในอดีต

รายได้

2560 – 6,626.41 ลบ.
2561 – 13,565.35 ลบ.
2562 – 19,781.93 ลบ.
9M2563 – 14,688.92 ลบ.

กำไร

2560 – 730.26 ลบ.
2561 – 1,185.10 ลบ.
2562 – 1,328.55 ลบ.
9M2563 – 1,030.07 ลบ.

แม้มาปีนี้จะโชคร้ายหน่อยตรงที่เจอโรคระบาดอย่าง COVID-19 ที่ทำให้เราต้องปิดประเทศไป 2 เดือนกว่า กระทบธุรกิจมากมาย หลายบริษัทต้องเจอปัญหา แต่KEX นับว่ายังแกร่งไม่เพียงรายได้ไม่ลดแต่ยังเพิ่มขึ้นได้เล็กน้อย คิดว่า COVID-19 ผ่านไปน่าจะกลับมาเติบโตได้ไม่ยากครับ

จากข้อมูลที่จัดทำโดย Frost & Sullivan ณ ธันวาคม ปี 2562 KEX ทิ้งห่างคู่แข่งอย่างไม่เห็นฝุ่น มีจำนวนการส่งพัสดุมากกว่าเบอร์ 2 ถึง 3.9 เท่า และมากกว่าเบอร์ 3 ถึง 11.0 เท่า ด้วยบริการที่ดี ทำให้เกิดความประหยัดจากขนาด เราจะเห็นว่าแม้รายได้ไม่ค่อยโต แต่อัตราการทำกำไรทั้งกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิดีขึ้นพอสมควรเลยครับ

สัดส่วนรายได้และต้นทุน
สัดส่วนรายได้และต้นทุน

สัดส่วนรายได้และต้นทุน

การเติบโตของรายได้ของ KEX อิงอยู่กับ 2 ส่วนเป็นหลัก คือธุรกิจจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-ส่งถึง-บุคคล และธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล มันหมายความว่ายังไง?

บุคคล-ส่งถึง-บุคคล ให้นึกถึงเวลาส่งของให้กันเอง ส่งให้ญาติ ส่งของส่วนตัว  หรือซื้อของออนไลน์แล้วแม่ค้าส่งมาให้ นั่นคือการส่งของจาก บุคคล-ถึง-บุคคลครับ

แต่ถ้าเป็นการซื้อของผ่านทางอีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม เช่น Shopee หรือ Lazada แบบนี้จะเป็นธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคลครับ

ก็ต้องบอกว่าคู่ค้าของ KEX ไม่ได้มีแค่ Shopee หรือ Lazada นะครับ แต่ยังมีคู่ค้าอื่นๆ ด้วยเช่นร้าน OfficeMate, B2S และ Family Mart นี่ก็ถือเป็นพันธมิตรที่ใช้บริการ KEX ส่งของครับ

ส่วนกำไรจะขึ้นมากน้อยนั้นต้องอิงอยู่กับต้นทุนด้วย จะเห็นว่าต้นทุนหลักของ KEX คือค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าขนส่งนั่นเอง ตรงนี้เชื่อว่าบริษัทฯ ควบคุมได้ดีพอสมควรครับ และคิดว่าช่วงปีนี้เองราคาน้ำมันลงทำให้การควบคุมต้นทุนได้ดีขึ้น

กลยุทธ์ของ KEX
กลยุทธ์ของ KEX

ในการส่งของแต่ละครั้งนอกจากการใช้ Hub-and-Spoke แล้ว KEX ยังใช้รูปแบบการทำธุรกิจแบบ Flexible Asset Management

เพื่อความคล่องตัวในการขยายธุรกิจและปรับปรุงกลยุทธ์ครับ จะเห็นว่าไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน คลังสินค้า ลงไปถึงรถส่งของ บริษัทฯ ใช้วิธีการเช่าเอาหมดเลย

ส่วนเรื่องคนและผู้ให้บริการ บริษัทฯ ก็ใช้วิธีหาพันธมิตรเอา  คนส่งของ KEX หลาย ๆ คนที่เราเจอ บางคนไม่ได้เป็นพนักงาน KEX นะครับ แต่เป็นพันธมิตรที่มาร่วมให้บริการตามมาตรฐานของบริษัทฯ (นึกภาพคล้าย ๆ Grab ครับ)

นอกจากพันธมิตรที่เป็นบุคคล บริษัทฯ ยังมีพันธมิตรที่เป็นบริษัทใหญ่ที่มีสาขาเยอะ ยกตัวอย่างก็ Family Mart หรือ Tops ในเครือ Central ที่เข้ามาร่วมมือกับ KEX เอาสาขาของตนเองมาทำจุดส่งของให้ครับ

แบบนี้ Win-Win ทั้งคู่ กลุ่ม Central มีรายได้เสริมจากสาขาที่ตนเองมี ส่วน KEX ก็ได้จุดรับ-ส่งพัสดุแบบไม่ต้องลงทุนอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว

แบบนี้จำนวนพัสดุที่จัดส่งถึงได้โตถึง 134.9% ถือว่าโตได้อย่างรวดเร็ว

KEX เติบโตด้วย Big Data และเทคโนโลยี
KEX เติบโตด้วย Big Data และเทคโนโลยี

กลยุทธ์การแข่งขันของ KEX ไม่ได้มีแต่ฝั่ง Operation หรือ ฝั่ง Business เพียงอย่างเดียว บริษัทฯ ให้ความสำคัญมาก ๆ กับเทคโนโลยีและการนำเอา Big Data มาใช้มาก ๆ เช่นกัน เอาจริง ๆ พอไปดูการใช้เทคโนโลยีแล้ว บางทีก็นึกเปรียบเทียบได้กับพวก Amazon หรือ Alibaba เลยครับ

KEX นำเอาเทคโนโลยีหลายอย่างมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบหลังบ้านอย่าง หุ่นยนต์เคลื่อนย้ายสินค้าอัจฉริยะ ระบบการคัดแยกพัสดุด้วย QR Code จนไปถึงระบบหน้าบ้านที่ลูกค้าได้ใช้งานเช่นพวก Mobile App ระบบชำระเงินต่าง ๆ และรวมไปถึงระบบความปลอดภัยด้วย

ดังนั้น จึงสำคัญมาก ๆ ที่ KEX ต้องลงทุนกับเทคโนโลยีให้เยอะ นี่ยังไม่นับเรื่องวอลุ่มการส่งของมหาศาลเฉลี่ยกว่า 1.2 ล้านชิ้นต่อวันที่กำลังเติบโตขึ้นในอนาคตนะครับ

จุดประสงค์ในการเพิ่มทุน
จุดประสงค์ในการเพิ่มทุน

ด้วยข้อมูลที่ผมเล่ามาทั้งหมด มันก็เลยเป็นเหตุให้วันนี้เรากำลังจะมีหุ้น IPO น้องใหม่ในตลาดหุ้นไทยชื่อ KEX ครับ

เพราะบริษัทฯ ต้องการขยายเครือข่ายร้านจัดส่งพัสดุด่วนให้มากขึ้น พอมีการส่งของมากขึ้น ระบบขนส่งอย่างรถหรือคนขับก็ต้องมีมากขึ้น ก็จะต้องตามมาด้วยระบบการ Tracking พัสดุ รถส่งของ และระบบในการดูแลลูกค้า งาน IT ก็ต้องตามมาครับ

3 ข้อนี้จึงเป็นเหตุผลหลักที่ KEX ต้องเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

บริษัทมีเป้าหมายที่ต้องการเพิ่มความสามารถในการคัดแยกพัสดุจาก 1.9 ล้านชิ้นต่อวันเป็น 3 ล้านชิ้นต่อวัน และเพิ่มจำนวนร้านรับส่งและศูนย์กระจายพัสดุ 30-50%ในอีก 3 ปีข้างหน้า รวมถึงคือเงินกู้และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ที่ผ่านมาโตต่อเนื่องและรวดเร็วมากดังนั้นถ้าไม่เตรียมพัฒนาการส่งพัสดุไว้ก่อน ถึงเวลากำลังซื้อเข้ามาอาจจะสายเกินไปและเสี่ยงต่อการเสียตำแหน่งผู้นำไปได้ครับ

ความเสี่ยงของ KEX
ความเสี่ยงของ KEX

ก็ต้องบอกตรง ๆ ว่าปัจจุบันนี้แม้ KEX จะเป็นผู้นำแต่ก็มีความเสี่ยงที่น่าเป็นห่วงอยู่หลายข้อครับ

  1. การแข่งขันที่จะสูงขึ้นแน่นอน ข้อนี้ไม่ต้องบอกก็รู้หลังจากเห็นบริษัทจัดส่งพัสดุสารพัดสี ใครคิดจะลงทุนใน KEX ต้องทำความเข้าใจคู่แข่ง และติดตามอย่างใกล้ชิดนะครับ ธุรกิจแบบนี้ชนะ-แพ้ เฉือนกันนิดเดียวเท่านั้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องไม่ลืมว่า KEX ค่อนข้างมีความโดดเด่นด้านการให้บริการ โดยเฉพาะเรื่องสะดวก รวดเร็ว แม่นยำ อีกทั้งการเป็นผู้ประกอบการรายแรก ๆ หรือ 1st Mover ก็ทำให้ KEX ยังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า ท่ามกลางสมรภูมิการแข่งขันในปัจจุบัน
  2. สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีก็เป็นสิ่งที่ต้องเจอแน่ ๆ ครับ ไม่มีใครมาการันตีได้ว่าวอลุ่มการส่งของแบบทุกวันนี้จะยังอยู่ไหมในอีก 1-2 ปีข้างหน้า แต่อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจจะยังไม่สดใส แต่ธุรกิจ E-Commerce และ Social Commerce ก็ถือว่าได้รับผลกระทบน้อย เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้ KEX ได้ประโยชน์ไปด้วยครับ
  3. การแพร่ระบาดของ COVID-19 ถ้ายืดเยื้อเกินไปจะกระทบกำลังซื้อแน่นอน หรือแล้วใหญ่คือเกิดการปิดเมืองอีกรอบ แม้จะไม่กระทบ KEX มากนัก แต่ไม่ปิดเมืองเลยก็ดีกว่าครับ แต่ทั้งนี้ เนื่องจากฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของ KEX จะอยู่ในระดับกลางค่อนไปทางบน (Middle-High) ซึ่งแม้จะเจอกับวิกฤติโรคระบาดใหญ่ แต่กลุ่มนี้ก็นับว่ายังพอมีกำลังซื้อและมีการใช้จ่ายอยู่พอสมควร
รายละเอียดการจองซื้อหุ้น KEX
รายละเอียดการจองซื้อหุ้น KEX

คิดว่าเพื่อน ๆ คงได้ข้อมูลครบถ้วนไปแล้ว ทั้งฝั่งโอกาส และความเสี่ยงนะครับ ใครเล็งไว้ก็อย่าลืมติดตามรายละเอียดการจองซื้อตามด้านล่างนี้เลยครับ

  • เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นไม่เกิน 17.24% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและจำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้
  • ราคาพาร์ 0.50 บาท
  • เปิดจองซื้อวันที่ 8 – 9 และ 14 ธันวาคม 2563 สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เช่น  SCBS และ Maybank Kim Engและผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 6 แห่ง

อย่าลืมกด Like Page Facebook ให้กำลังใจทีมงาน Buffettcode ด้วยนะครับ