9 ข้อคิดลงทุน จากการระบาดของ COVID รอบใหม่กับผลกระทบหุ้นไทย

COVID เฟส 2 กับหุ้นไทย

เมื่อวานได้ยินข่าวการระบาดของ COVID ที่จังหวัดสมุทรสาคร มีการตรวจคนไปพันกว่าคน ติด COVID ไป 500 กว่าคนทั้งแบบมีอาการและแบบไม่มีอาการ

ตัวเลขน่ากลัวมาก เพราะอะไร? เพราะอัตราการตรวจพบ COVID เมื่อเทียบกับจำนวนการตรวจสูงจนน่าตกใจ เปรียบได้กับการตรวจ 2 คนเจอ 1 คนเลยทีเดียว

หาก COVID กลับมาระบาดหนักอีกครั้ง รัฐบาลไทยคงไม่พ้นต้องกลับมาปิดเมืองกันใหม่ คนทำงานต้องกลับไป Work From Home แน่นอน Sentiment ครั้งนี้ต้องกระทบถึงตลาดหุ้น

อย่างไรก็ตามผมคิดว่าการระบาดของ COVID ครั้งนี้มีความแตกต่างจากครั้งแรกอยู่มากพอสมควร และอาจไม่ได้ส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นมากอย่างที่ใครๆคิดกัน

ความแตกต่างของ COVID เฟส 1 เมื่อต้นปี และเฟส 2 ที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้

1. การระบาดเมื่อต้นปีเราไม่มีวัคซีน ไม่แม้แต่จะมีวิธีแก้ที่เป็นชิ้นเป็นอัน เปรียบเหมือนวิกฤตที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดตรงไหนแต่ตอนนี้เรามีวัคซีนแล้ว วิธีการรับมือก็รู้แล้วต้องทำยังไง เป็นวิกฤตครั้งใหม่ที่มีกระดาษคำตอบให้แล้ว ดังนั้นจึงไม่น่าจะกระทบกับตลาดหุ้นหนักเหมือนครั้งแรกในเชิง Sentiment ถ้าตลาดหุ้นตกก็คิดว่าไม่หนักและมีโอกาส Rebound กลับเร็ว

2. ประเทศไทยณ.ตอนนี้กลายเป็นที่จับจ้องของนักลงทุนต่างชาติเยอะมาก เพราะ 10 กว่าปีที่ผ่านมาขายหุ้นไทยไปเยอะ ไม่ค่อยมีของมานาน มาปีนี้เริ่มเห็นสัญญาณกลับมาลุยซื้อ เพราะปีหน้าประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ฟื้นตัวโดดเด่นมากๆ เพราะเราถูกกระทบจาก COVID รอบแรกมาเยอะ ตอนฟื้นตัวก็จะดูฟื้นตัวแรง ดังนั้นผมเชื่อว่าต่างชาติมีโอกาสมองการระบาดรอบนี้เป็นโอกาสในการเข้ามาช้อนซื้อหุ้นไทยที่จะฟื้นตัวสวยๆในปีหน้า

3. ถ้าเป็นไปได้รอบนี้ผมว่าหุ้นใหญ่มีภาษีกว่าเพราะเรื่องเงินฝรั่งเข้านี่แหละครับ ดังนั้นหาหุ้นใหญ่ดีๆ ที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจติดไว้ในพอร์ตด้วยนะครับ ผมว่ามุมมองปีหน้ามีสะดุดถ้า COVID ระบาด

4. ถ้าตลาดหุ้นตกอาจจะไม่เห็นการกลับมาซื้อในระยะสั้นนะครับ เพราะฝรั่งหลายๆคนเขาพักร้อนกันหมดแล้วจ้า รอหลังปีใหม่กันเนอะ

5. พูดถึงฝรั่งก็ต้องพูดถึงค่าเงิน ประเทศไทยยังคงเป็นประเทศที่มีเสถียรภาพของค่าเงินในสายตาฝรั่ง ดุลบัญชีเดินสะพัดเราก็แข็งแรง เงินสำรองดีเยี่ยม ไม่ได้ปรินต์เงินรัวๆเหมือนหลายๆประเทศ ผมว่าเล่นง่ายในสายตานักลงทุนฝรั่งรายใหญ่นะ ไม่ซับซ้อนมาก เชื่อว่ายังไงก็ต้องมีเงินกระเด็นกลับมาบ้างแหละ (เงินฝรั่งเขาใหญ่กระเด็นมานิดเดียว ผมว่าตลาดหุ้นไทย All Time High ได้เลยนะ)

ทั้งนักลงทุนไทยและบริษัทไทยดูพร้อมรับมือมากกว่าต้นปี

6. นักลงทุนหลายคนที่ผ่านวิกฤตต้นปีมา มีการศึกษาไว้พอสมควรแล้วว่า ถ้า COVID มา หุ้นตัวไหนได้ประโยชน์ หุ้นตัวไหนเสียผลประโยชน์ ดังนั้นเราจะเห็นการเคลื่อนไหวของหุ้นกลุ่มนี้ชัดๆในวันนี้ ก็เล็งๆกันไว้ได้ให้ดีครับ กลุ่มที่ดีดขึ้นมารอบที่แล้วก็แกงค์ถุงมือยาง โรงไฟฟ้า ค้าปลีกตกแต่งบ้าน อาหารส่งออก ประกัน ส่วนกลุ่มที่โดนก็พวกแบงค์ คอนโด โรงแรม ท่องเที่ยว ร้านอาหาร

7. แต่ๆหุ้นหลายๆตัวก็ปัจจัยเปลี่ยนไปพอสมควร เช่นแบงค์ส่วนใหญ่น่าจะตั้งสำรอง Cover ไว้พอสมควรไม่น่ามีตั้งเพิ่ม หุ้นก็คงไม่ได้ปรับตัวลงมาเยอะแยะ อสังหามีการปล่อยของออกมาบ้างแล้ว รอบนี้อาจไม่กระทบมาก ส่วนถุงมือยางผมเชื่อว่าเป็น Demand โลกมากกว่าไทย จะมี COVID ในไทยหรือไม่ ไม่ได้กระทบงบมากมาย (ยกเว้นต้องปิดโรงงาน) อาหารส่งออกก็ได้ประโยชน์จากรอบที่แล้วเยอะ แต่รอบนี้อาจจะไม่ได้อะไรมาก

8. ในมุมของผู้ประกอบการผมเชื่อว่าตอนนี้ทุกที่มี Business Continuity Plan กันหมดแล้ว พร้อมรับมือได้พอสมควร หลายๆที่ยังไม่ได้กลับไปทำงานที่ออฟฟิศแบบเต็มตัว บางที่ก็ Work From Home กับถาวรไปเลย อันนี้ผมว่าไม่ได้เกี่ยวกับ COVID แต่เกี่ยวที่การปรับตัวของแต่ละบริษัท บริษัทเก่งๆยังไงก็เก่งครับ รอบนี้ถ้าหุ้นตกลงมาหาบริษัทในใจให้เจอ แล้วเคาะขวาไปเลย ในวิกฤตมีโอกาสเสมอสำหรับคนที่มีความสามารถครับ

หุ้นไทย 1800?

9. อาจารย์นิเวศน์เคยบอกไว้ว่าปีหน้า หุ้นไทย 1800 ผมยังเชื่อว่ามีโอกาสไปถึง การลงมารอบนี้คิดว่า 70% คือโอกาสซื้อ ถ้าปรับฐานไม่น่าเกิน 1380-1400 จุด …. แล้วอีก 30% ที่เหลือล่ะ?

30% ที่เหลือคือถ้าวันนี้รัฐบาลประกาศว่าติด COVID เพิ่มอีก 4,000 คน หรือดันมาเจอว่าที่ผ่านมาพี่ไทยติด COVID น้อยเพราะไม่ยอมตรวจ ก็อาจจะทำให้นักลงทุนหมดความเชื่อมั่นได้ ถ้าเป็นแบบนี้ก็ลืมที่ผมเขียนข้างหมดทั้งหมดได้เลยครับ

ถามว่าหุ้นตัวไหนดี? ชั่วโมงนี้ ตัวใคร ตัวมันครับ !

อย่าลืมกด Like Page Facebook ให้กำลังใจทีมงาน Buffettcode ด้วยนะครับ