เจาะลึกหุ้น IPO หุ้น TIDLOR เงินติดล้อ ผู้นำธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และหนึ่งในผู้นำธุรกิจ นายหน้าประกันภัยของไทยที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยีการเงิน

TIDLOR Feature image

ไม่อยากเชื่อว่าช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้วเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นโดนวิกฤตการระบาดของ COVID-19 จนตลาดหุ้นตกหนักอยู่หลายเดือน

ปี 2021 กลับกลายเป็นปีทองของหุ้นหลาย ๆ ตัวรวมถึงหุ้น IPO ด้วยที่ส่วนใหญ่มักจะให้ผลตอบแทนที่ดี

ผมเองตอนนี้อินกับหุ้นสาย Finance แบบ Non-Bank มาก ๆ เพราะธุรกิจนี้มีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการเติบโตอีกมากในอนาคต

หุ้น เงินติดล้อ คือหุ้น IPO ตัวล่าสุดที่เป็นหุ้นสาย Finance ประกอบธุรกิจ  สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย

จากขนาดของตลาด Mass ที่ใหญ่มาก ๆ การดำเนินงานของบริษัทที่อยู่ในระดับ Top Quartile

พร้อมด้วยธุรกิจใหม่ในการเป็นนายหน้าประกันภัยที่สร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดโดยมุ่งมั่นการให้บริการผ่านช่องทางที่หลากหลาย ควบคู่ไปกับการนำนวัตกรรมทางเทคโนโลยีมาใช้ในทุกกระบวนการ รวมกันหมดนี่ ผมขอทำนายไว้เลยว่าหุ้นตัวนี้มีศักยภาพในการเติบโตอีกมากในอนาคต

บทความนี้คนที่สนใจลงทุนในหุ้น IPO ต้องอ่าน คนที่ยังไม่สนใจก็ควรต้องอ่าน โมเดลธุรกิจดี บริหารจัดการชั้นเยี่ยม แผนการเติบโตชัดเจน ต่อให้ไม่ซื้อหุ้นแต่ได้ศึกษาวิธีการทำธุรกิจของเงินติดล้อก็คุ้มแล้วครับ

ส่วนแต่ละคนเล็งไว้ราคาเท่าไหร่ ผมหวังว่าบทความของผมครั้งนี้จะช่วยทุกคนได้ครับ มาวิเคราะห์ไปด้วยกันเลย!

หุ้น TIDLOR น่าสนใจยังไง

หุ้น TIDLOR น่าสนใจยังไง?

อย่างแรกเลยมาดูกันว่าทำไมผมถึงสนใจหุ้น TIDLOR

  1. ตลาดสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทยมีขนาดใหญ่มาก ๆ โดยมีมูลค่าประมาณ 2.9-3.0 แสนล้านบาทในปี 2562 และคาดการณ์ว่ามีมูลค่าประมาณ 5.2-6.2 แสนล้านบาท ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีที่ 12% ในปี 2562- 2567 (อ้างอิงจากรายงานของโอลิเวอร์ไวแมน) โดยฐานลูกค้าเป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย (Long-tail segment) ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 10,000 บาทกว่าร้อยละ 80 ของประชากรทั้งหมดเทียบกับรายได้ประมาณ 10.6 พันล้านบาทในปี 2563 ของ เงินติดล้อ ถือว่ายังไปได้อีกไกล
  2. เงินติดล้อ เป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาดสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย มีส่วนแบ่งการตลาด 16% (เมื่อคำนวณจากยอดหนี้คงค้างในปี 2562 โดยอ้างอิงจากรายงานของโอลิเวอร์ไวแมน) ดังนั้นจึงได้เปรียบคู่แข่งรายอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความแข็งแกร่งและเป็นที่รู้จักของ        แบรนด์ “เงินติดล้อ” ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การทำงานของทีมผู้บริหารมืออาชีพ
  3. ด้วยฐานลูกค้าสินเชื่อที่ใช้บริการประมาณ 730,000 บัญชี ณ สิ้นปี 2563 ทำให้บริษัทสามารถใช้ประโยชน์จาก Big Data และเทคโนโลยีในการเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และทำให้เข้าใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น พอเข้าใจลูกค้า การออกสินค้าหรือบริการใหม่ ๆ ก็ทำได้ตรงใจลูกค้ายิ่งขึ้น
  4. นอกจากธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน เงินติดล้อยังเป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่มีโอกาสเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าจะเพิ่งเริ่มทำธุรกิจมาเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยในปี 2563 มีค่าเบี้ยประกันวินาศภัยประมาณ 4 พันล้านบาท โดยมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี 2 ปีย้อนหลังอยู่ที่ร้อยละ 44.6%
  5. โมเดลธุรกิจของเงินติดล้อออกแบบมาดีมาก ผสมผสานช่องทางการให้บริการที่หลากหลาย ทั้งผ่านสาขากว่า 1,000 สาขาใน 74 จังหวัด ผ่านเครือข่ายการส่งต่อลูกค้าและผ่านช่องทางออนไลน์/ดิจิทัล ทำให้สามารถขยายธุรกิจได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตรงนี้มีตัวเลขบ่งบอกชัดเจนถึงการดำเนินงานที่ดี
  6. พอเป็นบริษัทสินเชื่อ ปัจจัยที่ต้องดูคือเรื่อง NPL ซึ่งเงินติดล้อสามารถทำได้ดีมาก NPL เพียง 1.7% ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลของการบริหารจัดการความเสี่ยงที่รัดกุมและมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุที่กล่าวมาทั้งหมดทำให้เงินติดล้อมีอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปีของฐานลูกค้าสินเชื่อ ยอดสินเชื่อคงค้างและกำไรสุทธิ ในช่วง 10 ปีย้อนหลัง อยู่ที่ร้อยละ 25.7%, 32.9% และ 45.4% ตามลำดับจนถึงปี 2563

การเติบโตของเงินติดล้อไม่ธรรมดา เพราะถ้าดูข้อมูลการเติบโตย้อนหลังจะเห็นว่า เงินติดล้อ เติบโตในทุก ๆ ด้านทุก ๆ มุม ไม่ว่าจะเป็น …

  1. จำนวนฐานลูกค้าสินเชื่อที่เติบโตเฉลี่ยทุกปี ปีละ 25.7% มา 10 ปีแล้ว
  2. ซึ่งพอจำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ยอดสินเชื่อคงค้างก็เพิ่มขึ้นตาม เติบโตเฉลี่ยต่อปี 32.9% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
  3. สุดท้ายลูกค้าเยอะขึ้น สินเชื่อเยอะขึ้น กำไรสุทธิก็เติบโตมากขึ้น 10 ปีที่ผ่านมากำไรสุทธิเติบโตสูงถึง 45.4% ต่อปี

ลองนึกภาพดูนะครับ กำไรสุทธิเติบโต 40%+ เป็นเวลา 10 ปีด้วยกัน เป็นสถิติการเติบโตที่โดดเด่น ที่ทำให้ เงินติดล้อ มีความพิเศษ

ธุรกิจของเงินติดล้อ

ธุรกิจของเงินติดล้อ

เงินติดล้อเป็นผู้นำในการให้บริการทางการเงินเพื่อรายย่อย โดยประกอบธุรกิจหลักอยู่ 2 ประเภทคือธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน และนายหน้าประกันภัย ด้วยโมเดลธุรกิจที่มีเอกลักษณ์มากและการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเสริมในทุก ๆ จุดของการดำเนินงาน ทำให้เงินติดล้อสามารถเติบโตได้เร็ว อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน เติบโตเร็วไม่ยากครับ แต่เติบโตเร็วอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนนี่ทำยากมาก ๆ

จุดเด่นของธุรกิจสินเชื่อของเงินติดล้อคือการอนุมัติเร็ว ให้วงเงินสูง แต่ทำยังไงให้ เงินติดล้อ ไม่เสี่ยงจนเกินไป ผมว่าจุดนี้แหละที่ทำให้ เงินติดล้อ ชนะที่อื่น ๆ จนขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ได้

ส่วนธุรกิจนายหน้าประกันภัย เงินติดล้อ ก็สามารถบริหารจนเบี้ยประกันที่จัดเก็บได้ เติบโต 12.5 เท่าของอัตราการเติบโตเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งอุตสาหกรรมในปี 2562-2563 จากการให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัย จากบริษัทประกันภัยพันธมิตรได้ถึง 17 ราย แถมยังผ่อนค่างวดประกันรถยนต์ด้วยเงินสด 0% 6 งวดได้ด้วย

แม้ผมจะไม่เคยเป็นลูกค้าของ เงินติดล้อ แต่ก็รู้สึกว่าบริษัทนี้น่าสนใจ ยิ่งศึกษายิ่งสนุก

ฐานลูกค้าของเงินติดล้อ

ฐานลูกค้าของ เงินติดล้อ

ฐานลูกค้าของ เงินติดล้อ เป็นประชากรกลุ่มใหญ่ของประเทศไทย (Long-Tail segment) ส่วนใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 10,000 บาท เป็นผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ประกอบการรายย่อย ผู้ใช้แรงงาน พนักงานบริษัทที่มีรายได้ไม่แน่นอน ทำให้คนเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงบริการสินเชื่อของธนาคารได้ และบ่อยครั้งต้องเลือกรับบริการจากผู้ให้บริการสินเชื่อนอกระบบ นับได้ว่าบริการของเงินติดล้อเป็นบริการที่เข้ามาเพิ่มคุณภาพชีวิตคนไทย และให้โอกาสทางการเงินที่เท่าเทียมกับทุกๆคน

การเติบโตของตลาดสินเชื่อทีมีทะเบียนรถเป็นประกัน

การเติบโตของตลาดสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน

ขนาดของตลาดเป็นอีกจุดหนึ่งที่สะกิดใจผมไม่น้อย เพราะด้วย Perception ที่ผมเห็นสาขาของธุรกิจสินเชื่อทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทยแทบจะทุกที่ ๆ ผมไป ผมเคยตั้งคำถามว่าตลาดมันใหญ่ขนาดนั้นเลยเหรอ เปิดสาขากันจัง? วันนี้ถึงบางอ้อครับ

ตลาดสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ในประเทศไทยถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง กำไรดี แถมมีขนาดใหญ่ถึง 2.9-3.0 แสนล้านบาท เมื่อพิจารณาจากยอดสินเชื่อคงค้างในปี 2562 และคาดว่าจะมีขนาด 5.2-6.2 แสนล้านบาทภายในปี 2567 หายากนะครับ ตลาดขนาดใหญ่และยังมี Momentum การเติบโตที่รวดเร็ว

อีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ผม Surprise คือ ในจำนวนคนไทย 69.6 ล้านคน มีมากถึง 61% ที่ยังเป็นกลุ่ม Underbanked กลุ่มคนที่ไม่ผ่านเงื่อนไขของธนาคารพาณิชย์หรือนิติบุคคลอื่นที่มีเงื่อนไขและ/หรือแนวทางในการประกอบธุรกิจในระดับเดียวกันหรือใกล้เคียงกับธนาคารพาณิชย์ ด้วยหลาย ๆ สาเหตุด้วยกัน เช่น ไม่มีเครดิตเพราะไม่ได้เป็นพนักงานประจำ เงินไม่ถึงบ้าง บ้านอยู่ห่างไกลธนาคาร หรือแม้แต่เหตุผลอย่างการที่ธนาคารไม่ได้ให้ความสำคัญในการบริการ เพราะเป็นกลุ่มคนที่มีศักยภาพต่ำกว่าลูกค้ารายใหญ่ที่ทำกำไรให้ธนาคารเยอะๆ

ธุรกิจของ เงินติดล้อ จึงเป็นเหมือนตัวช่วยที่เข้ามาปลดล็อก ทำให้กลุ่มคนเหล่านี้ที่เดิมทีอาจพึ่งพาหนี้นอกระบบ ได้รับโอกาสเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการด้านการเงินที่เป็นธรรมและโปร่งใสทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วงลดความเหลื่อมล้ำในสังคม นอกจากนี้กลุ่ม Underbanked ก็ถือเป็นตลาดใหญ่ที่สถาบันการเงินไม่ได้เน้นและเป็นตลาด Blue Ocean ทำให้ เงินติดล้อ ประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้

รายได้และกำไรโตก้าวกระโดดต่อเนื่อง

รายได้และกำไรโตก้าวกระโดดต่อเนื่อง

ความสำเร็จของ เงินติดล้อ ใหญ่แค่ไหน? ดูได้ที่รายได้และกำไรของบริษัท

  • ปี 2561 รายได้ 7,569 ลบ. กำไร 1,306 ลบ.
  • ปี 2562 รายได้ 9,458 ลบ. กำไร 2,202 ลบ.
  • ปี 2563 รายได้ 10,559 ลบ. กำไร 2,416 ลบ.

เงินติดล้อมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีของกำไรสุทธิอยู่ที่ 36.0% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (2561-2563) นอกจากนี้ เมื่อเทียบกำไรสุทธิของ เงินติดล้อ กับคู่แข่งรายอื่น เงินติดล้อ ยังถือว่ายังเติบโตได้อีกมาก ด้วยโมเดลธุรกิจที่แข็งแกร่ง และมีความแตกต่างอย่างชัดเจน

ในมุมของอัตราส่วนทางการเงิน เงินติดล้อ มี NIM ที่ 15.2%* ซึ่งอาจต่ำกว่าคู่แข่งรายอื่นเล็กน้อย แต่เงินติดล้อมีโอกาสเพิ่ม NIM ได้ในอนาคต

เงินติดล้อมีการตั้งสำรอง NPL Coverage Ratio ในระดับสูงถึง 325.1%* จากนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่รัดกุม ข้อดีคือหากเศรษฐกิจไม่ดี หรืออยู่ในช่วงที่อุตสาหกรรมขาลงจะช่วยให้เงินติดล้อไม่ต้องตั้งสำรองเพิ่ม กำไรก็จะไม่ถูกกระทบในเชิงลบ

สำหรับ Cost to Income Ratio ของ เงินติดล้อ อยู่ที่ 61.7%* ซึ่งอาจสูงกว่าคู่แข่งรายอื่น ๆ เพราะที่ผ่านมา เงินติดล้อมุ่งเน้นการลงทุนในพนักงานและพัฒนาระบบเทคโนโลยีเป็นสำคัญ จึงจะทำให้เงินติดล้อมีโอกาสเติบโตได้เร็วกว่าในยุค Digital และให้บริการด้วยคุณภาพจากพนักงานชาวติดล้อ

โดยเงินติดล้อมีเป้าหมายในการลดอัตราส่วนดังกล่าวให้อยู่ที่ 50-55% ในระยะกลาง

*ข้อมูล ณ วันที่ / สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563

ความแข็งแกร่งของเงินติดล้อ

ความแข็งแกร่งของเงินติดล้อ

นอกจากเรื่องรายได้และกำไรแล้ว ในมุมของการดำเนินงาน และการรับรู้ของแบรนด์ เงินติดล้อถือว่าทำได้ดีมาก ๆ เอาจริง ๆ ผมเองถึงไม่เคยใช้บริการเงินติดล้อมาก่อน แต่ก็จำได้ขึ้นใจว่ามันมีธุรกิจชื่อเงินติดล้ออยู่ด้วย และรู้ว่าบริษัททำเกี่ยวกับสินเชื่อทะเบียนรถ

จากการวิจัยการวัดและประเมินภาพรวมของแบรนด์โดยอิปซอสส์ ในเดือนพฤศจิกายน 2562 แบรนด์เงินติดล้อถือเป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่คุ้นหูคนไทยมากที่สุดสำหรับบริการสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย

เงินติดล้อยังได้รับรางวัลชั้นนำทั้งในระดับประเทศ และระดับสากลอีกมากมาย ถือเป็นเครื่องการันตีของความแข็งแกร่งของแบรนด์ และคุณภาพของเงินติดล้อได้อย่างดีเยี่ยม

เปรียบเทียบเงินติดล้อ กับธนาคาร

เปรียบเทียบ เงินติดล้อ กับธนาคาร

ในมุมของการบริการ สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย ธุรกิจนี้มีปัจจัยด้านอุปสงค์ของตลาดคือ

  1. การกู้ยืมเงินนอกระบบมีมูลค่าประมาณกว่า 1 ล้านล้านบาท แสดงถึงอุปสงค์จำนวนมากของผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มบุคคล Unbanked
  2. การเปลี่ยนจากสินเชื่อไม่มีประกันเป็นสินเชื่อมีประกัน (ทะเบียนรถ)
  3. การเพิ่มขึ้นของความต้องการใช้เงินกรณีฉุกเฉินเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว / โรคโควิด-19
  4. โอกาสการเข้าถึงตลาดสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันยังมีอยู่ เนื่องจากอุปสงค์ทางทฤษฎีสูงสุดของตลาดถูกจำกัดด้วยจำนวนรถที่มีอยู่

โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนอุปทานของตลาด คือ

  1. การเติบโตของสาขาใหม่มีอัตราค่อนข้างคงที่ในช่วงที่ผ่านมา
  2. โอกาสการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพการดำเนินงานของสาขา เนื่องจากการเปลี่ยนสู่การใช้ระบบบริการดิจิทัล
  3. ข้อกำหนดใหม่ด้านใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและการลดเพดานดอกเบี้ย (จาก 28% เหลือ 24%) อาจทำให้ผู้ให้บริการต้องขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และคัดเลือกลูกค้าสินเชื่ออย่างระมัดระวังมากขึ้น
กลยุทธ์เติบโตของเงินติดล้อ

กลยุทธ์การเติบโตของเงินติดล้อ

ในมุมของการลงทุน การเข้าใจบริษัทและวิเคราะห์ถึงจุดสำคัญของธุรกิจเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้ว แต่ถ้าอยากลงทุนให้ได้ผลกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ก็ต้องหาบริษัทที่มีการเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการวิเคราะห์กลยุทธ์การเติบโตนี่สำคัญมาก ๆ เพราะจะเป็นจุดบ่งชี้ว่า บริษัทจะทำอย่างไร ให้ได้ผลเป็นการเติบโต และมีโอกาสสำเร็จมากน้อยแค่ไหน

  1. หลังจากระดมทุนและเข้าตลาดแล้ว เงินติดล้อมุ่งมั่นที่จะรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อทะเบียนรถ โดยมีแผนที่จะขยายสาขาใหม่อีก 500 สาขา ภายในปี 2566 จุดนี้พอผมเห็นว่า เงินติดล้อ สามารถทำการปล่อยสินเชื่อต่อสาขาได้สูงกว่าเจ้าอื่น นั่นหมายความว่ากำไรและการคืนทุนก็น่าจะทำได้ดีกว่าอยู่แล้ว แล้วไฉนไม่ขยายสาขาเพิ่มล่ะ? การขยายสาขาครั้งนี้น่าจะทำให้เงินติดล้อเข้าถึงลูกค้าที่อยู่ในพื้นที่ใหม่ ๆ ได้มากขึ้น
  2. นอกจากการขยายสาขา เงินติดล้อมีแผนเพิ่มช่องทางให้บริการลูกค้า ทั้งช่องทางดิจิทัล ออนไลน์และเครือข่ายส่งต่อลูกค้า โดยเงินติดล้อมีจุดเด่นเรื่องการให้บริการแบบ Omni channel เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การพัฒนาจุดนี้จะทำให้เป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่ง และเป็นฐานสำคัญในการเร่งการเติบโตในอนาคต
  3. ลงทุนเพิ่มเติมในระบบ IT และการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล เพื่อพัฒนาการบริการที่ดีขึ้น ในจุดนี้ผมเห็นด้วยมาก ๆ เพราะการบริการลูกค้าระดับแสนคน ล้านคน จะมาให้บริการด้วยคนอย่างเดียวก็คงขยายธุรกิจได้ไม่รวดเร็ว เทคโนโลยีคือคีย์สำคัญในการเติบโตของบริษัทในยุคถัดไป
  4. พัฒนาธุรกิจนายหน้าประกันภัยซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว มุ่งเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่หลากหลายตอบโจทย์ลูกค้า เพิ่มจำนวนคู่ค้าจากปัจจุบันมีพันธมิตรบริษัทประกันชั้นนำ 18 ราย และเพิ่มฐานลูกค้าผ่านช่องทางทั้งสาขา ออนไลน์ Mobile Application และแพลตฟอร์ม Insure-Tech หรือ Areegator อันนี้นึกภาพว่าซื้อเงินติดล้อแล้วได้ธุรกิจนายหน้าประกันภัยคล้าย ๆ กับที่ TQM ทำแต่มีความแตกต่างของโมเดลธุรกิจและกลยุทธ์ในการเติบโต ตามที่ได้กล่าวข้างต้น ด้วยศักยภาพของเงินติดล้อ ผมเชื่อว่ามีลุ้นมาก ๆ เลยทีเดียวครับ
  5. โอกาสในการซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับเงินติดล้อเข้ามาเพื่อให้เกิดการประสานงานกัน น่าจะช่วยให้ต้นทุนในการจัดการลดลงในระยะยาว ส่วนของแถมที่ได้คือรายได้และกำไรจะเติบโตเร็วขึ้น
  6. สุดท้ายโอกาสในการซื้อกิจการต่างประเทศ อันนี้ผมเดาเลยนะว่า เงินติดล้อกำลังเล็งแถว ๆ อาเซียนอยู่ เพราะเป็นจุดที่เงินติดล้อยังไม่ได้เจาะเข้าไป แต่มีฐานลูกค้า Underbanked เยอะมาก พลังของแบรนด์เงินติดล้อน่าจะช่วยทำให้เงินติดล้อประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก
สรุปจุดเด่นการลงทุน

สรุปจุดเด่นการลงทุน

ถ้าใครอยากซื้อหุ้น ผมเชื่อว่าโดยรวม เงินติดล้อ ถือว่ามีจุดเด่น 5 จุดหลัก ๆ ด้วยกัน

  1. การเติบโตของอุตสาหกรรมทั้งสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกันในประเทศไทย และนายหน้าประกันภัยที่ยังเติบโตได้อีกมาก มีรายย่อยอยู่ในตลาดพอสมควร ทำให้ เงินติดล้อ สามารถเติบโตไปตามอุตสาหกรรม
  2. ความแข็งแกร่งของแบรนด์ ความเป็นผู้นำ และผลการดำเนินงานที่ยอดเยี่ยม อันนี้พิสูจน์แล้ว อาจจะมีจุดที่ต้องปรับปรุงบ้างเช่น Cost to Income Ratio แต่ในภาพรวมถือว่า Surprise ระดับนึง ถ้าเงินติดล้อยังคงรักษาระดับแบบนี้ต่อไป ก็จะมีโอกาสเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความยั่งยืน
  3. ธุรกิจนายหน้าประกันภัยน่าสนใจมาก ธุรกิจนี้ใช้ Resource คนค่อนข้างเยอะ แต่เงินติดล้อก็มีพนักงานที่มี License อยู่แล้วทุกสาขา นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยีเสริมในการเข้าถึงลูกค้าด้วยสาขาและช่องทางออนไลน์ เข้ามาทำแล้วก็เติบโตอย่างรวดเร็ว ผมเชื่อว่ายังมีโอกาสอีกมาก
  4. มุ่งเน้นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยี ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานทุกขั้นตอน ภายใต้การบริหารจัดการโดยผู้บริหารมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ รวมทั้งเน้น ESG เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน
  5. สุดท้ายจุดเด่นยอดฮิตของ IPO หลายบริษัท คือการซื้อกิจการ ข้อดีคือรายได้และกำไรเติบโตเร็ว สิ่งที่ต้องคิดคือซื้อมาแล้วจะใช้ประโยชน์ได้ไหม ผมว่าเงินติดล้อพิสูจน์แล้วว่าฐานลูกค้าที่มีทำประโยชน์และมี Synergy กับธุรกิจอื่น ๆ ได้ เช่นตัวแทนประกัน เป็นต้น ถ้าซื้อธุรกิจการเงินอื่น ๆ เข้ามาก็น่าจะ Synergy ได้ไม่ยาก

แค่ 5 ข้อนี้ผมว่าเพียงพอที่จะทำให้ เงินติดล้อ เป็น IPO ที่น่าจับตามองไม่แพ้หุ้น IPO อื่นๆ เลยทีเดียว

ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม

ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม

อย่างไรก็ตามทุก ๆ โอกาสการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ และนี่คือความเสี่ยงที่ผมเห็นว่าสำคัญที่สุด

  1. การพึ่งพิงกับทีมผู้บริหาร ถ้า เงินติดล้อ ทำได้ดีขนาดนี้ ย่อมต้องมีโอกาสที่ผู้บริหารจะถูกซื้อตัว หรือย้ายไปอยู่บริษัทอื่น ซึ่งถ้าเกิดขึ้นก็อาจจะกระทบกับการดำเนินงาน เพราะธุรกิจที่ยอดเยี่ยมมักจะเกิดจากการทำงานประสานกันของหลาย ๆหน่วยงานแบบ Seamless การถูกกระทบในส่วนหนึ่งจะกระทบในส่วนอื่น ๆ เป็นโดมิโน่ ดังนั้นจึงต้องระวังกับความเสี่ยงในจุดนี้ให้ดี
  2. การปรับตัวสูงขึ้นของ NPL ตอนนิ้เงินติดล้อควบคุม NPL ได้ดีแล้ว แต่ถ้าขยายธุรกิจมากขึ้นอย่างรวดเร็ว การจะคุม NPL ให้ได้ดีเหมือนเดิมถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตามตอนนี้ถือว่าทำได้ดี
  3. สุดท้ายคือการแข่งขันในตลาด ตลาดนี้มีรายย่อยเยอะ แต่รายใหญ่ก็ไม่น้อย รายย่อยผมไม่กังวลเท่าไหร่ แต่เชื่อว่ารายใหญ่คงปรับตัวและมีโอกาสที่จะรุกคืบมากขึ้นในตลาดที่ เงินติดล้อ มุ่งที่จะเป็นผู้นำอยู่
รายละเอียดการจองซื้อหุ้น TIDLOR

รายละเอียดการจองซื้อหุ้น TIDLOR

เร็ว ๆ นี้ หุ้น TIDLOR กำลังจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สามารถติดตามรายละเอียดการจองซื้อหุ้นตามด้านล่างนี้ได้เลยครับ

  • เสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 907,428,600 หุ้น และอาจมีการจัดสรรหุ้นส่วนเกิน จำนวนไม่เกิน 136,114,200 หุ้น (ไม่เกินร้อยละ 15.0 ของจำนวนหุ้นที่เสนอขายทั้งหมด)
  • ช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น 34.00 – 36.50 บาทต่อหุ้น
  • เปิดจองซื้อวันที่ 22 เมษายน 2564 เวลา 9.00 น. – วันที่ 26 เมษายน 2564 เวลา 16.00 น. ที่บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) (สำหรับบุคคลที่เป็นลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จากัด (มหาชน) เท่านั้น) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ผ่านช่องทางออนไลน์และสาขาทั่วประเทศ (ตามเงื่อนไขที่แต่ละธนาคารกำหนด)
  • รับจองซื้อโดยวิธีกรอกรายละเอียดในใบจองซื้อที่สำนักงานใหญ่หรือสาขาของธนาคารของตัวแทนจำหน่ายหุ้น เฉพาะกรณี (1) ผู้จองซื้อที่เป็นผู้เยาว์ (2) ผู้จองซื้อประเภทบุคคลธรรมดาสัญชาติต่างด้าว และ (3) ผู้จองซื้อประเภทนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยหรือต่างประเทศ เท่านั้น

สุดท้ายอยากบอกว่าเป็นการเขียนบทความวิเคราะห์หุ้น IPO อีกตัวที่สนุกและน่าสนใจมาก หากใครสนใจลองหาข้อมูลเพิ่มเติม และจองซื้อหุ้นผ่าน ตัวแทนจำหน่ายหุ้นตามที่บอกไปครับ

หุ้นเติบโตยาว ๆ แบบนี้ ยังไงมีโอกาสให้ซื้อได้เสมอครับ แต่จะราคาเท่าไหร่ ซื้อตอนไหนก็แล้วแต่ความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้เลย

อย่าลืมศึกษาข้อมูลกันไว้มาก ๆ ด้วยนะครับ
เพราะอาวุธที่ดีที่สุดของนักลงทุนคือข้อมูล !

ชอบสรุปข้อมูลหุ้นอ่านง่ายแบบนี้ ไม่พลาดหุ้นเด็ด อย่าลืมกด Like Page Facebook Buffettcode แอด LINE OFFICIAL @BUFFETTCODE กันไว้นะครับ