เจาะลึกหุ้นกู้ TRUE (to TECH) ก้าวใหม่สู่โลกแห่งอนาคตไปด้วยกัน กรณีศึกษาลงทุนหุ้นกู้รับผลตอบแทนระหว่าง 3.20%-4.25% ต่อปี กับบริษัท Tech ยักษ์ใหญ่ของไทย

True Feature image

TRUE กำลังจะออกขายหุ้นกู้โดยให้ผลตอบแทนระหว่าง 3.20%-4.25% ต่อปี ครับ

วันนี้ผมมาเจาะลึกรายละเอียดให้ดูกันว่าหุ้นกู้ของ TRUE ชุดนี้มีจุดเด่นยังไง มีข้อดีแตกต่างกับการซื้อหุ้นยังไงบ้าง?

อาทิตย์ที่ผ่านมา บอร์ดของ TRUE และ DTAC ได้อนุมัติให้ทำสัญญาควบรวมกิจการสำหรับการควบ TRUE และ DTAC และให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติการควบบริษัทต่อไป ผมจะบอกว่าบริษัทใหม่ที่จะเกิดขึ้นนี่อาจจะขึ้นเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของประเทศไทยเลยนะครับ แถมยังมีแผนจะไปลงทุนในธุรกิจ Technology เพิ่มเติมด้วย

การเข้าสู่โลกอนาคตครั้งนี้ของ TRUE ไม่ธรรมดาแน่ๆ หุ้นกู้ของ TRUE ก็น่าสนใจมากๆ เช่นกัน มาดูรายละเอียดไปพร้อมๆ กันครับ

วันที่ 18 ก.พ. 2565 ถือเป็นวันประวัติศาสตร์ของวงการโทรคมนาคมของไทยอีกวันหนึ่ง เพราะเป็นวันที่บอร์ดของ TRUE อนุมัติการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC ก่อตั้งเป็นบริษัทใหม่ และให้เสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติการควบบริษัทต่อไป ดีลนี้มีความน่าสนใจอย่างไร? และการที่ TRUE กำลังออกหุ้นกู้โดยให้ดอกเบี้ยที่ 3.20%-4.25% มีความน่าสนใจในเชิงการลงทุนมากแค่ไหน

สรุปลงทุนหุ้นกู้ของ TRUE มีจุดเด่นอย่างไร? น่าลงทุนหรือไม่?

มุมผลตอบแทน – หุ้นกู้ทรูให้ดอกเบี้ย 3.20%-4.25% ต่อปี เมื่อเทียบกับเงินฝากในปัจจุบันถือว่าเยอะกว่าพอสมควรนะครับ อาจจะมีความเสี่ยงสูงกว่าเงินฝากแต่ก็ให้ผลตอบแทนที่มากกว่าชดเชยกัน

มุมความแข็งแกร่ง – บริษัทเป็นหนึ่งในผู้นำในอุตสาหกรรมของตนเอง ให้บริการโทรคมนาคมและบริการด้านดิจิทัลครบวงจร ซึ่งถือเป็นธุรกิจที่คนไทยต้องใช้บริการในชีวิตประจำวัน ตัวหุ้นกู้เองเป็นระดับ Investment Grade ซึ่งอยู่ในระดับที่ “ลงทุนได้” ทำให้คลายความกังวลเรื่องเสถียรภาพของการจ่ายดอกเบี้ยไปได้ระดับหนึ่งเลยนะครับ

มุมการเติบโต – TRUE กำลังควบรวมกับ DTAC ซึ่ง Direction ตอนนี้ชัดเจนคือเน้นธุรกิจใหม่ที่เป็นธุรกิจ Technology เงินที่นักลงทุนให้ TRUE กู้ไป ก็ถูกนำไปลงทุนในธุรกิจแห่งอนาคตครับ

สรุปคือค่อนข้างตอบโจทย์สำหรับนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนราวๆ 3.20%-4.25% ต่อปี ที่ไม่ต้องการรับความผันผวนของตลาดหุ้นในช่วงนี้ การลงทุนในหุ้นกู้ TRUE ถือเป็นการลงทุนที่ตอบโจทย์มาก ส่วนรายละเอียดเป็นยังไงบ้าง? ผมเตรียมข้อมูลมาให้เพื่อนๆแล้วครับ

เริ่มต้นด้วยการดูเรื่องการควบรวมที่กำลังเป็นพัฒนาการที่สำคัญที่สุดก่อนเลย

ความน่าสนใจของการควบรวมกิจการระหว่าง TRUE และ DTAC

  • เมื่อควบรวมกันบริษัทใหม่จะมีคลื่นความถี่และเครือข่ายคุณภาพมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้งานได้ประโยชน์จากสัญญาณ และเครื่องข่ายที่ดีกว่าเดิม
  • ประหยัดค่าใช้จ่ายจากการใช้ทีมงานและช่องทางการขายร่วมกัน และลดความซ้ำซ้อนในการติดตั้งเสา ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายลดลง
  • เมื่อสถานะทางการเงินของบริษัทควบรวมใหม่จะดีขึ้นกว่า TRUE ทำให้มีโอกาสที่เครดิตเรทติ้งจะปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทใหม่ด้วย
  • บริษัทจะมีข้อมูลของผู้ใช้งานที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย นำไปสู่โอกาสในการเติบโตในธุรกิจที่ใช้ Big Data และ Technology

ทั่วโลกกำลังอยู่ในจังหวะของการลงทุนเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกของ IoT (Internet of Things) ดังนั้น บริการโทรคมนาคมไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตถือเป็น Infrastructure ที่สำคัญที่สุดในโลกยุคนี้

สิ่งสำคัญในการสร้างผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงต่ำคือการลงทุนกับผู้นำในอุตสาหกรรมที่มีโอกาสเติบโต ซึ่งในปัจจุบันนี้ TRUE ถือเป็นผู้นำหลายๆ ด้าน และให้บริการในธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูงไม่ว่าจะเป็น Internet Broadband, digital media platform, O2O Platform, IoT and digital solutions, บริการ Cloud และธุรกิจ Cybersecurity

ที่มา: TRUE Opportunity Day วันที่ 17/11/2021

อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนที่อาจไม่สะดวกในการลงทุนในหุ้นซึ่งมีความผันผวนสูง อีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถเลือกลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนจากการเติบโตในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีได้แบบไม่ต้องรับความผันผวนในเรื่องขอราคาหลักทรัพย์มากนักคือการลงทุนในหุ้นกู้นั่นเอง ดอกเบี้ยที่ได้อยู่ที่ราวๆ 3.20%-4.25% ผลตอบแทนน้องๆหุ้นเลยนะครับในขณะที่ความเสี่ยงน้อยกว่าเยอะ

ที่บอกว่าความเสี่ยงน้อย เพราะถ้าบริษัทที่เราไปลงทุนในหุ้นกู้ไว้เกิดปัญหาต้องปิดกิจการขึ้นมาก็จะเป็นปัญหาใหญ่ได้ ดังนั้นการเลือกลงทุนหุ้นกู้จึงต้องวิเคราะห์เลือกลงทุนให้ถูกบริษัทด้วยครับ

หลักการลงทุนหุ้นกู้จบครบใน 4 ข้อ

1. Credit Rating – หุ้นกู้แต่ละตัวแบ่งแยกด้วย Credit Rating ซึ่งประเมินบริษัทในภาพรวมและสถานะทางการเงินเข้าไปด้วยครับ ผมมักจะแนะนำให้เพื่อนลงทุนในหุ้นกู้ที่มี Credit Rating ระดับ Investment Grade เสมอ ต้องเป็นระดับ BBB- ขึ้นไปเท่านั้นครับ เพราะจะมีความเสี่ยงของการ Default ที่น้อยกว่าหุ้นกู้ระดับที่เป็น Non-Investment Grade

2. สถานะของบริษัทที่ไปลงทุน – ปัจจัยอย่างที่สองที่ผมดูคือสถานะของบริษัทในเชิงธุรกิจครับ ถ้าบริษัทเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม และมีขนาดใหญ่ (มูลค่าตลาดแสนล้านขึ้นไป) และกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นบวก ผมจะสบายใจมากขึ้นในการลงทุน เพราะมั่นใจได้ว่าบริษัทมีสถานะที่มีความมั่นคงมากกว่าบริษัทที่เป็นธุรกิจเล็กๆ ซึ่งไม่รู้ว่าผลประกอบการจะเป็นยังไงมั่นคงหรือไม่?

ในมุมของ TRUE ผมว่าทุกคนน่าจะเห็นด้วยว่า TRUE นับเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและกำลังขยายเข้าไปเป็นผู้นำของธุรกิจเทคโนโลยีซึ่งอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยมากกว่า 30 ล้านคน ยิ่งเกิดการควบรวมยิ่งทำให้แข็งแกร่งมากขึ้น

ปัจจุบัน TRUE มีมูลค่าตลาดหรือ Market Cap ที่ 166,840 ล้านบาท (ข้อมูลวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565) ถือว่าใหญ่กว่ามูลค่าขั้นต่ำที่ผมกำหนดไว้มากพอสมควร ดังนั้นในเชิงสถานะของบริษัทผมให้ผ่านสบายๆ ครับ

3. การเติบโตของอุตสาหกรรม – ต่อมาคือเรื่องการเติบโตของอุตสาหกรรม อันนี้เหมือนเป็นเบาะรองรับอีกชั้นหนึ่ง เพราะถ้าบริษัทกำลังเติบโต แน่นอนว่าบริษัทก็น่าจะมีความแข็งแกร่งด้วยเช่นกัน (ถ้าไม่แข็งแกร่งคงเติบโตไม่ได้จริงไหมครับ)

อันนี้ผมว่าหลายๆ คนอาจจะมองแค่เรื่องอุตสาหกรรมเครือข่ายโทรคมนาคม (หรือธุรกิจมือถือของ TRUE นั่นแหละ) มันจะดูเหมือนเติบโตช้าแล้วเพราะทุกคนในประเทศไทยก็ใช้มือถือกันหมดแล้ว แต่ผมอยากให้มองไปในอนาคตถึงการพัฒนาของ TRUE หลังการควบรวม และมองไปถึงธุรกิจใหม่ๆ มากมายที่อยู่ภายใต้ TRUE เช่นธุรกิจ Broadband Internet ธุรกิจ Streaming ที่กำลังมาแรงสุดๆ (ใครชอบดูบอล ดูหนังน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี)

จะเห็นว่าบริษัทกำลังเติบโตเข้าหา S-Curve ใหม่ที่เป็นธุรกิจ Technology มากขึ้น ซึ่งธุรกิจ Technology ใหม่ๆ เนี่ยจะเป็นโอกาสให้บริษัทเติบโตได้ในอนาคต ด้วยจุดนี้จึงทำให้ผมมองอนาคตของ TRUE ในเชิง Positive ครับ

4. ผลตอบแทน – แน่นอนผลตอบแทนเป็นสิ่งที่ต้องดู อย่างแรกเลยผลตอบแทนต้องมากกว่าเงินฝาก ถ้าเราลงทุนด้วยการฝากเงินกับธนาคารเท่านั้น ผลตอบแทนที่ได้รับก็จะน้อยมากๆ ซึ่งภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันที่ข้าวของก็แพงขึ้นทุกวัน ถ้าเราไม่แบ่งเงินไปลงทุนอย่างอื่นบ้าง รายได้ของเราก็อาจจะไม่พอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แม้ความเสี่ยงจะสูงขึ้น แต่ถ้าเราเลือกลงทุนในบริษัทที่มีชื่อเสียง อันดับความน่าเชื่อถือในระดับ Investment grade ก็น่าจะลดความเสี่ยงลงไปได้ระดับหนึ่ง

ทั้งหมดนี้คือเกณฑ์ที่ผมใช้ในการเลือกหุ้นกู้คร่าวๆ ว่าน่าลงทุนหรือไม่? หวังว่าเพื่อนๆ จะได้ประโยชน์จากหลักการทั้ง 4 ข้อครับ

อย่างไรก็ตามทุกการลงทุนมีความเสี่ยงผมจึงไม่อยากสรุปแค่โอกาสแต่อยากบอกเพื่อนๆนักลงทุนด้วยว่ามีความเสี่ยงอะไรบ้างที่ต้องระวังหากลงทุนในหุ้นกู้ TRUE

ความเสี่ยงของหุ้นกู้ TRUE

1. การแข่งขัน – แม้จะควบรวมจนเหลือรายใหญ่ไม่กี่รายแต่ก็ไม่มีอะไรมาการันตีนะครับว่าการแข่งขันจะลดลง

2. กฎหมาย – ธุรกิจโทรคมนาคมเป็นธุรกิจที่มีการควบคุมจากทางรัฐสูง การเปลี่ยนแปลงในเชิงกฎหมายโทรคมนาคมอาจทำให้บริษัทต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจในอนาคตได้

3. การเติบโต – ธุรกิจที่ TRUE กำลังสร้างให้เติบโตอาจไม่เติบโตอย่างที่คิดไว้

4. สภาพคล่อง – การซื้อหุ้นกู้แม้จะได้ผลตอบแทนที่ชัดเจน และมีความผันผวนน้อยกว่าหุ้น แต่ถ้าต้องการขายก่อนกำหนดอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าหุ้นครับ เพราะสภาพคล่องน้อยกว่าเยอะ ดังนั้นต้องดูด้วยว่าเงินที่เอามาลงทุนเป็นเงินเย็นหรือไม่?

รายละเอียดการจองซื้อ

หุ้นกู้ของ TRUE ที่จะเสนอขายต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Public Offering) มีทั้งหมด 4 ชุด เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยมีผลตอบแทนตั้งแต่ 3.20%-4.25% ต่อปี จำนวนจองซื้อขั้นต่ำอยู่ที่ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท

  • อายุ 3 ปี ดอกเบี้ย 3.20% ต่อปี
  • อายุ 4 ปี ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ ดอกเบี้ย 3.55% ต่อปี
  • อายุ 5 ปี ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ ดอกเบี้ย 4.00% ต่อปี
  • อายุ 5 ปี 9 เดือน ซึ่งผู้ออกหุ้นกู้มีสิทธิไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้ ดอกเบี้ย 4.25% ต่อปี

ซึ่งหุ้นกู้ที่ออกครั้งนี้ ของ TRUE ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ “BBB+” แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565

การจะเลือกลงทุนในหุ้นกู้แต่ละรุ่นนั้นอยู่ที่เงินลงทุนของแต่ละคนเลยครับว่าสามารถลงทุนได้นานแค่ไหน และต้องวางแผนเอาเงินออกมาใช้เมื่อไหร่ แต่ถ้าที่มีเงินเย็นสามารถเก็บออมได้ 5-6 ปีขึ้นไป ผมแนะนำให้ลงทุนหุ้นกู้อายุ 5 ปี 9 เดือนไปเลยครับ เพื่อผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่เนื่องจากหุ้นกู้ที่ออกครั้งนี้ หุ้นกู้รุ่นอายุ 4 ปี 5 ปี และ 5 ปี 9 เดือน ทาง TRUE มีสิทธิไถ่ถอนได้ก่อนกำหนดในวันครบรอบ 1 ปีนับจากวันออกหุ้นกู้เป็นต้นไปด้วย ทำให้ผู้ลงทุนมีความเสี่ยงที่ TRUE อาจจะไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนดได้ ส่งผลให้ผู้ลงทุนไม่ได้ดอกเบี้ยที่คาดหวังไว้ และการนำเงินไปลงทุนใหม่ก็อาจจะไม่ได้ดอกเบี้ยเท่ากับหุ้นกู้ TRUE ก็ได้ แต่มองอีกแง่หนึ่งถ้าทรูไถ่ถอนหุ้นกู้ก่อนกำหนด เราก็มีโอกาสที่จะได้ผลตอบแทนสูงๆ ในระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งถ้ามองว่าแนวโน้มดอกเบี้ยมีโอกาสปรับสูงขึ้น ก็อาจจะเป็นโอกาสให้เรานำเงินที่ได้ไปลงทุนต่อในอนาคตได้

กำหนดวันซื้อขายของหุ้นกู้ชุดนี้อยู่ระหว่างวันที่ 15-17 มี.ค. 2565 โดยสามารถติดต่อจองซื้อได้ที่

  • ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา (ยกเว้นสาขาไมโคร) หรือ โทร. 1333 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน Bualuang mBanking
  • ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โทร. 02 888 8888 กด 819 โดยบุคคลธรรมดาจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน https://www.kasikornbank.com/kmyinvest (ยกเว้นบุคคลสัญชาติต่างด้าว และนิติบุคคล สามารถจองซื้อผ่านสำนักงานใหญ่และสาขา)
  • ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 777 6784 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน แอป SCB Easy
  • ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 1428 กด#4 (เปิดจองซื้อเฉพาะผู้ลงทุนรายใหญ่เท่านั้น)
  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ทุกสาขา หรือ โทร. 02 626 7777 หรือจองซื้อทางออนไลน์ผ่าน แอป CIMB Thai Digital Banking

คำเตือน:

  1. ผู้ลงทุนควรศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน ความเสี่ยงและคู่มือภาษีก่อนตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th
  2. การจัดสรรขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ เงื่อนไขการจัดจำหน่ายเป็นไปตามที่กำหนดในร่างหนังสือชี้ชวน
  3. ผลการดำเนินงานในอดีต/ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต